Breaking ข่าว

VTE คึกคัก ผู้ถือหุ้นเข้าจอง RO วันแรกคับคั่ง มั่นใจผลประกอบการปีนี้จะทำสถิติใหม่

 

วันที่ 27 ก.ย.60– นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ VTE เปิดเผยถึงเสียงตอบรับของผู้ถือหุ้นในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบ RO ในวันแรกว่า บริษัทฯ มั่นใจว่าการเพิ่มทุนจะสำเร็จ และครบถ้วนตามเป้าหมาย โดยราคาเสนอขายหุ้นละ 2 บาท ในอัตราเสนอการจัดสรรที่ 25 หุ้นเดิมต่อ 4 หุ้นใหม่ ซึ่งถ้ารวมกับการเพิ่มทุนแบบ PP จะได้เงินเพิ่มทุนในครั้งนี้ราว 380-390 ล้านบาท โดยเบื้องต้นบริษัทจะนำเงินไปชำระตั๋ว B/E ราว 20-30% จากที่มีอยู่ 1,000 ล้านบาท

นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ VTE

ซึ่งแน่นอนว่าการเพิ่มทุนนอกจากจะช่วยให้บริษัทฯ มีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น ลดภาระหนี้และการพึ่งพาตั๋ว B/E ให้น้อยลงได้แล้ว บริษัทฯ ยังจะนำเงินส่วนที่เหลือไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือลงทุนในโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม ขณะที่แผนการดำเนินการงานช่วงที่เหลือของปี 2560 บริษัทฯ จะสรุปแผนการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์ฟาร์มที่ประเทศญี่ปุ่นให้ผู้ถือหุ้นได้ทราบในเร็วๆ นี้ โดยจะนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ (บอร์ด) ในเดือนตุลาคม

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนหลายโครงการ โดยเป็นโครงการที่มีกำลังการผลิต 8 และ 15 เมกะวัตต์ อีกทั้งบริษัทฯ ได้วางเงินมัดจำไปแล้วหลายโครงการ ซึ่งจะพิจารณาอีกครั้งว่า จะเลือกลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุด และคาดจะเรียกคืนเงินมัดจำจากหลายแห่งที่ไม่ผ่านการพิจารณาการเข้าลงทุน ซึ่งจะได้รับเงินคืนเข้าบริษัทฯ อีกจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นคาดว่าจะเลือกลงทุนราว 25 เมกะวัตต์ สำหรับรูปแบบการลงทุนคาดจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตร Joint Venture (JV) รวมกัน 3 ราย ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจากไต้หวัน

อีกทั้งบริษัทฯ ยังศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติม กำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีราคาการขายไฟอยู่ที่ 8 บาท หรือ 24 เยน เมื่อเทียบกับราคาขายไฟในประเทศไทยอยู่ที่ระดับต่ำ อีกทั้งยังมีใบอนุญาตขายไฟฟ้า (PPA) เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อร่วมลงทุนกับพันธมิตรเช่นเดียวกัน

 

นายศุภศิษฏ์ กล่าวต่อว่า ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้าง โรงไฟฟ้า Minbu ในประเทศพม่า ขนาดกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ ในประเทศพม่า ซึ่งได้ส่งแผงโซลาร์ลงเรือไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายน ที่ผ่านมา และคาดว่าจะส่งถึงไซด์งานภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งหากส่งถึงและติดตั้งแล้วเสร็จ โครงการก่อสร้างก็จะมีความก้าวหน้าไปกว่า 50% แล้ว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

และการรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้าง (EPC) โรงไฟฟ้าที่ประเทศพม่า ขนาดกำลังการผลิต 220 เมกะวัตต์ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 4 ปีข้างหน้า หรือเฉลี่ยปีละ 2.5 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมถือหุ้นในโครงการดังกล่าวในสัดส่วน 12% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด และงานโครงการก่อสร้างที่โรงไฟฟ้าประเทศฟิลิปปินส์ กำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์ มูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยบริษัทรับรู้รายได้ไปแล้วราว 50% ขณะที่ปัจจุบันบริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) กว่า 3 พันล้านบาท ในต่างประเทศ และในประเทศไทยมี backlog 700 ล้านบาท ขณะนี้รับรู้รายได้ครึ่งปีแรกแล้ว 400 ล้านบาท และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในครึ่งปีหลังกว่า 50% โดยขึ้นอยู่กับการส่งมอบสินค้า ทั้งนี้หากบริษัทฯ ได้รับเงินจากโครงการก่อสร้างในมือ บริษัทฯ ก็จะมีเงินสดหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น สามารถขยายและสร้างผลกำไรให้กับบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นได้ในอนาคตอันใกล้นี้