
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาลับหลังสั่งจำคุก 5 ปี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีจำนำข้าว ซึ่งถูกอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 157 และความผิดกฎหมายป.ป.ช. โดยไม่รอลงอาญา
สำหรับวันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา มีเพียงนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจเข้ารับฟัง ขณะที่บริเวณโดยรอบมีมวลชนและสื่อมวลชนเดินทางมายังศาลฎีกาท่ามกลางการดูแล รักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยคดีดังกล่าวศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับฟ้องตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. 58 เริ่มไต่สวนพยานและอดีตนายกฯขึ้นลงศาลทั้งหมด 26 ครั้งในฐานะจำเลย ซึ่งคดีนี้มีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความชอบธรรมในการดำเนินตามนโยบายที่แถลงต่อสภา แต่การดำเนินการกลับมีการทุจริตทุกขั้นตอน ทั้ง ปปช. ทีดีอาร์ไอ กรรมการปิดบัญชี ได้ทักท้วง ตักเตือนเป็นระยะ ว่าขาดทุน รวม 3 แสน 3 หมื่นล้านบาท ขาดทุนต่อเนื่อง จากกรอบวงเงินควบคุมคือ 5 แสนล้านบาท แต่อนุกรรมการปิดบัญชีเห็นว่าใช้เกิน 5 แสนล้านบาท จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
โดยศาลพิจารณาจาก การที่ ครม.มีมติให้นำเงินที่ได้มาจากการจำนำข้าวมาใช้หมุนเวียน แทนที่จะเอาเงินนั้นไปชำระหนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เอาข้อท้วงติงของอนุกรรมการปิดบัญชีไปเข้า ครม.เพื่อทราบเท่านั้น ไม่ได้เอามาใช้ปรับปรุงแก้ไข
และการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างว่า ไม่เกี่ยวกับการระบายข้าวจีทูจีโดยตรง แต่ด้วยนายกฯมีหน้าที่กำกับโดยตรง นายกฯจะไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ และนายกฯมีหน้าที่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่นิ่งเฉยก็คงไม่ทำให้เกิดความเสียหายมากมายเช่นนี้
เปิดคำพิพากษาตัวเต็ม!