
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายพลโจเซฟ ดันฟอร์ด ผู้บัญชาการทหารระดับสูงของสหรัฐฯประกาศต่อสภาคองเกรส หลังได้รับแต่งตั้งให้กลับมาเป็นประธานคณะเสนาธิการร่วม โดยนายพลโจเซฟกล่าวว่า “จีนจะเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ และจะเป็นภัยคุกคามยิ่งกว่าชาติอริใดๆของสหรัฐฯภายในปี ค.ศ. 2025 หรือในอีก 8 ปีข้างหน้า” เพราะจีนจะมีปัจจัยได้เปรียบด้านประชากรศาสตร์และขนาดเศรษฐกิจ ขณะที่ปัจจุบันรัฐบาลจีนยังคงมุ่งบั่นทอนอิทธิพลของสหรัฐฯด้วยการแสดงแสนยานุภาพและอำนาจทั้งทางทหารและการค้าในหลายภูมิภาค
นายพลโจเซฟ ดันฟอร์ดมองว่า นายสี จิ้น ผิง ผู้นำจีนมุ่งมั่นที่จะเพิ่มงบประมาณทางทหารเพื่อเสริมสร้างกองทัพให้ทันสมัย เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีการทหารของสหรัฐฯ และเมื่อดูรายงานประเมินแสนยานุภาพทางทหารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯแล้วพบว่า รัฐบาลจีนเพิ่มงบประมาณทางหทาร 8.5% ต่อปีเลยทีเดียว
ส่วนเกาหลีเหนือนั้น ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดในปัจจุบันจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
ขณะที่รัสเซียยังคงเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯในภาพรวมจากศักยภาพทางทหารของรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธนิวเคลียร์ สงครามไซเบอร์ และความเคลื่อนไหวทางทหารในแคว้นไครเมีย ที่ตั้งอยู่ในยูเครน แต่รัสเซียผนวกเข้ามาเป็นดินแดนของตน และรัสเซียยังให้การสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในไครเมียอีกด้วย
คำกล่าวของนายพลโจเซฟ ดันฟอร์ดทิ้งท้ายไว้ว่า ถึงเวลาแล้วที่กองทัพสหรัฐฯจะต้องเพิ่มและเสริมแสนยานุภาพให้มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพทางทหารที่ทันสมัยของรัสเซียและจีน สหรัฐฯจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณทางทหาร 3 – 7 % เพื่อครองความได้เปรียบทางการทหารโดยเฉพาะจีนและรัสเซีย
ล่าสุด กองทัพจีนทำการซ้อมรบที่ประเทศจีบูตี ภายหลังตั้งฐานทัพในต่างประเทศสำเร็จเป็นแห่งแรก ซึ่งสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนแสดงภาพรถหุ้มเกราะ ทหารหลายร้อยนายที่ทำการซ้อมรบกลางทะเลทราย โดยทหารจีนที่ฐานทัพในจีบูตีนั้นมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ รวมถึงการอพยพพลเรือนชาวจีนในยามฉุกเฉิน รวมถึงภารกิจอารักขาต่างๆด้วย