
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 27 ก.ย.60 พลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่ศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดีปล่อยปะละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยสั่งจำคุกนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นระยะเวลา 5 ปีนั้น ทุกคนต้องเคารพคำพิพากษาของศาล ซึ่งคดีนี้จะถือได้ว่าเป็นบรรทัดฐานให้กับ นักการเมืองควรจะต้องระมัดระวังเรื่องการออกนโยบายที่อาจจะ สร้างความเสียหายให้กับประเทศและประชาชน ซึ่งเชื่อว่านักการเมืองต่อจากนี้ไปจะมีความมุ่งมั่นในการป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศและเชื่อว่าหลังจากนี้จะได้นักการเมืองที่ดี เห็นแก่ผลประโยชน์ประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
สำหรับคดีอื่นๆของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ยังค้างอยู่ในการพิจารณาและสืบหาข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. นั้นกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการซึ่งภายในปีหน้าหลายคดีจะต้องมีความชัดเจนและมีความคืบหน้าตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 1 -2 ปีต่อจากนี้คดีเล็กจะสามารถเคลียได้หมด และจะเร่งสืบหาความจริงในคดีใหญ่ๆ แต่ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าคดีไหนจะมีความชัดเจนเมื่อใด
ส่วนอายุความคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น หากเทียบเคียงกับพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมาตรา 123 ที่ระบุว่าคดี จะไม่มีการสิ้นสุดอายุความนั้นต้องดูว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศใช้ถ้าคดีนี้ เกิดขึ้นหลังจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศใช้นั่นเท่ากับว่าอายุความในคดีดังกล่าวจะไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด
นอกจากนี้พลตำรวจเอกวัชรพล ยังกล่าวถึงคดีเงินทอนวัดว่า ขณะนี้สำนักงาน ปปช. ได้รับสำนวนจากกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) แล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลต่างๆเพื่อจัดประชุมร่วมกันของคณะกรรมการ ในส่วนที่ ปปช. ดำเนินการเองนั้น มีความคืบหน้าไปมาก พบผู้กระทำความผิดแล้วหลายคนซึ่งส่วนใหญ่มักมีพฤติการณ์คล้ายๆกันโดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเร็วนี้