
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยผลทดสอบสารกันบูดตกค้าง ในขนมจีนรอบสอง 100% ทั้ง 17 ตัวอย่างปนเปื้อนสารกันบูด พบปริมาณการตกค้างสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ เคยทดสอบสารกันบูดรอบแรกเมื่อปี 2559 ผลทดสอบพบการปนเปื้อนของสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิก 100 % ทั้ง 12 ตัวอย่าง และมี 2 ตัวอย่างที่พบปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ได้
น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จากการสุ่มตรวจสอบเส้นขนมจีนทั้งหมด 17 ยี่ห้อ ตามแหล่งซื้อต่างๆ พบว่า ขนมจีนทุกยี่ห้อมีการใส่สารกันบูด แต่มีขนมจีน 2 ยี่ห้อที่มีการใส่สารกันบูดเกินมาตรฐานสูงถึง 1274.55 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 381 พ.ศ.2559 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร กำหนดค่ามาตรฐานของสารกันบูดหรือกรดเบนโซอิก (Benzoic acid) สำหรับอาหารจำพวกพาสต้า ก๋วยเตี๋ยว และผลิตภัณฑ์ทำนองเดียวกันว่า ต้องมีปริมาณไม่เกิน 1,000 มก./กก.
ซึ่งในแต่ละวัน ร่างกายไม่ควรได้รับปริมาณสารกันบูด หรือวัตถุกันเสีย เกินกว่า 5 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กก. เช่น หากน้ำหนักตัว 45 กก. ไม่ควรได้รับสารกันบูดเกิน 45x5 = 225 มิลลิกรัม/วัน เพราะการได้รับสารกันบูดมากเกินไปสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ คือ 1. พิษเฉียบพลัน เมื่อได้รับปริมาณสูง เกิดอาการคลื่นไส้ หายใจไม่ออกและหมดสติในที่สุด 2. พิษกึ่งเรื้อรังและพิษเรื้อรัง เกิดจากการบริโภคอาหารที่มีสารกันบูดในปริมาณไม่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดการเป็นมะเร็งลำไส้ได้ รวมทั้งทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของตับและไตลดลง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
ด้าน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการบริหารนิตยสารฉลาดซื้อ กล่าวว่า ตัวอย่างที่พบสารกันบูดเกินมาตรฐานกำหนด ถือเป็นอาหารไม่ได้มาตรฐาน มีโทษปรับ 50,000 บาท การแสดงฉลากยังพบว่าไม่มีการแสดงฉลากที่ครบถ้วนตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 367) พ.ศ. 2557 เรื่องการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ กำหนดให้ต้องแสดงข้อมูลการใช้วัตถุเจือปนอาหารลงในฉลาก โดยหากไม่ติดฉลากหรือฉลากไม่ครบถ้วน มีโทษปรับ 30,000 บาท
สำหรับภาพรวมของผลการทดสอบการปนเปื้อนของสารกันบูดในเส้นขนมจีนครั้งนี้พบว่าเส้นขนมจีนยังเป็นอาหารที่มีสารกันบูดตกค้าง และมีค่าเฉลี่ยของปริมาณสารดังกล่าวอยู่ที่ 450.53 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในการสุ่มทดสอบครั้งที่แล้วคือ 439.05 มิลลิกรัม/กิโลกรัม นางสาวสารี กล่าวว่า ทำให้เห็นว่า 1 ปีที่ผ่านมา อย.ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไข จึงทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องค่ามาตรฐานของสารกันบูดหรือกรดเบนโซอิก (Benzoic acid) และเรื่องการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุเลย
ขอบคุณข้อมูลและภาพ จากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.)