
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนสถานการณ์ความรุนแรงในรัฐยะไข่ ของเมียนมาจะขยายวงกว้าง ขณะที่ทูตสหรัฐฯ ตำหนิว่า เป็นเรื่องน่าอายของผู้นำเมียนมาที่ดิ้นรนเพื่อประชาธิปไตย
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กล่าวในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ได้เปิดการหารือเรื่องเมียนมาเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ว่าสถานการณ์ในเมียนมาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านผู้ลี้ภัย ที่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วที่สุด และเป็นฝันร้ายทางด้านสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมพรร้อมทั้งเตือนด้วยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ จะขยายไปยังตอนกลางของรัฐ ที่มีความเสี่ยงว่า ชาวโรฮิงญา อีกกว่า 250,000 คน จะถูกขับไล่ออกจากพื้นที่
ด้านนางนิคกี้ ฮาเลย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทุกประเทศ ระงับการจัดส่งอาวุธให้กับรัฐบาลเมียนมา จนกว่า รัฐบาลเมียนมาจะมีมาตรการที่ดีพอในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ทูตสหรัฐฯกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมา เรียกได้ว่า เป็นการกระทำที่เหี้ยมโหด เพื่อกวาดล้างชนกลุ่มน้อยให้ออกไปจากเมียนมา พร้อมทั้งกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าละอายของบรรดาผู้นำเมียนมา ที่พยายามอุทิศตนอย่างมาก เพื่อทำให้เมียนมาเปิดประเทศเป็นประชาธิปไตย
ก่อนหน้านี้ สหประชาชาติ ระบุว่า ปฏิบัติการตอบโต้ทางทหารของรัฐบาลเมียนมา ในยะไข่ เป็นการล้างเผ่าพันธุ์ ที่มุ่งขับไล่ชาวมุสลิมโรฮิงญาออกจากเมียนมา ขณะที่เมียนมาออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมโต้ตอบว่า รัฐบาลกำลังต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย โดยยืนกรานว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะกว่า 400 คน ล้วนแต่เป็นกลุ่มติดอาวุธทั้งสิ้น