
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
จากกรณีเหตุวิวาห์ล่มที่ ระหว่างนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ที่ จ.กระบี่ เนื่องจากเจ้าบ่าวไม่มาร่วมพิธี สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ฝ่ายเจ้าสาว และญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก ขณะที่ฝ่ายเจ้าบ่สาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายเจ้าบ่าว ในข้อหาพรากผู้เยาว์ และเตรียมฟ้องร้องเรียกค้าเสียหาย เนื่องจากลงทุนจัดงานเลี้ยงไปร่วมกว่า 3 แสนบาท ขณะที่ฝ่ายเจ้าบ่าวอ้างความจน พร้อมสู้คดี อ้างรวบรวมเงินได้1แสนแล้ว ขาดอีก5หมื่นแต่พ่อเจ้าสาวไม่ยอมให้ไปร่วมงาน
ความคืบหน้าวันที่ 2 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังน้องชายแท้ๆของพ่อฝ่ายเจ้าสาว ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส วัด แห่งหนึ่ง ใน จ.นครศรีธรรมราช ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้วิวาห์ล่ม ในครั้งนี้ว่า ไม่ได้เกิดจากฝ่ายเจ้าสาว กรณีที่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวอ้างว่าหาเงินมาได้1แสนแล้ว แต่ในวันแต่งงานยังขาดอีก5หมื่นบาทนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเหตุการณ์คงไม่ลงเอยแบบนี้ ก่อนถึงวันงานประมาณ 1เดือน ก็ได้มีการรับปากเป็นมั่นเหมาะ ซึ่งตนก็ได้ร่วมหารือกับพ่อเจ้าสาวและญาติๆ แล้ว หากเขาหาได้จริงตามที่อ้างในวันแต่งก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ในคืนก่อนวันงานฝ่ายเจ้าบ่าวโทรมาแจ้งนั้นบอกว่า หาได้แค่ 4-5 หมื่น เท่านั้น จะให้เจ้าบ่าวมาได้หรือไม่ มาทำกันแบบนี้เหมือนเขาจะเอาไปฟรีๆ แล้วทำไมไม่บอกก่อนหน้านี้ หรือเพราะเห็นว่าเด็กท้องแล้ว จะทำยังไงก็ได้ เมื่อเห็นว่าได้เปรียบ แต่มาวันนี้กลับมาบอกว่าหาได้ 1แสน ซึ่งทำให้สังคมเข้าใจผิดกับฝ่ายเจ้าสาวเป็นต้นเหตุ มันไม่ยุติธรรมกับผู้หญิง
ญาติเจ้าสาวรายเดิม เปิดเผยอีกว่า ทางพ่อเจ้าสาว เอง ก็รักลูกไม่แพ้ พ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าว ไม่มีใครอยากให้ลูกสาวคนเดียวตัวเองต้องเป็นม่าย แม้ว่าทางฝ่ายเจ้าบ่าวต่อรองสินสอดก็ยอมลดให้ เหลือ 1.5 แสน ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ตกลง ไม่ใช่มาบอกในคืนก่อนวันงาน หากฝ่ายเจ้าบ่าวยังพูดไม่ตรงความจริง ก็จะต้องปล่อยให้เป็นตามกฎหมาย พร้อมสู้กันในชั้นศาล เพราะมีหลักฐานชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากจะมีการหาคนกลางมาตกลงเจรจาตกลงกัน ทางฝ่ายเจ้าสาวก็ยินดี แต่ต้องพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา อย่าได้โกหกกันเลย ตอนนี้ฝ่ายหญิงก็เสียหายมากแล้ว
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด จ.กระบี่