Breaking ข่าว

ภาคเอกชนหวัง… เพิ่มโอกาสธุรกิจไทยลงทุนในสหรัฐฯ

ภาคเอกชนไทยเชื่อว่าการพบกันของผู้นำไทยและสหรัฐฯ จะเพิ่มความเชื่อมั่นการค้า รวมถึงการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ

การพบกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (2 ต.ค.) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทั้ง 2 ฝ่าย ได้หารือถึงการตั้งกลไกขึ้นมาแก้ปัญหาการทำธุรกิจระหว่างกัน

วันที่ 3 ต.ค.60–นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท.เชื่อว่า ความสัมพันธ์ทางธุรกิจของไทยและสหรัฐฯจะอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเชื่อว่าหลังจากนี้การทำธุรกิจร่วมกันจะมีมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการที่บริษัทไทยจะเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯที่จะมีมากขึ้น หลังจากมีบริษัทไทยหลายรายเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ เช่น ปตท.ลงทุนในธุรกิจพลังงาน ซีพีเอฟ และ ทียูเอฟ ลงทุนธุรกิจอาหาร โดยที่ผ่านมามีบริษัทไทยเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ 23 บริษัท มูลค่าการลงทุนกว่า 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีหลายธุรกิจที่สหรัฐฯต้องการให้ต่างชาติเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน

สอดคล้องกับ นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า การนำกลุ่มธุรกิจพลังงานทั้ง ปตท. และ กลุ่มบ้านปู ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี จะเป็นการเข้าไปดูลู่ทางการลงทุน ซึ่งนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สนับสนุนต่างชาติลงทุนพลังงานฟอสซิล และ ถ่านหิน ซึ่งการพบกันจะสร้างบรรยากาศการค้าการลงทุนที่ดี

ส่วนกลุ่มนักธุรกิจสหรัฐฯ ที่ได้พบกับ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะทั้งหมดลงทุนอยู่ในไทยอยู่แล้ว เช่น ฟอร์ด เชฟรอน และ จีอี

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีของไทยมีโอกาสได้พบหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐ จะได้มีโอกาสให้ข้อมูลการพัฒนาเศรษฐกิจ การปฏิรูปประเทศ รวมไปถึงสถานการณ์การเมืองของไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนสหรัฐ เข้ามาลงทุนในไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี รวมทั้งเปิดช่องทางให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีจากอดีตเมื่อ 3 ปีก่อน ที่ไม่ดีนัก