
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
นับเป็นเรื่องราวที่เรียกได้ว่าน่าเห็นใจสุดๆเมื่อ นายนิรันต์ แสงคม อายุ 43 ปี เเละ นางโสวภา แสงคม สองสามีภรรยา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 225 หมู่ 6 บ้านเหล่าตำแย ต.ตาลเลียน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ได้ร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเผาหญ้าแล้วลามไปติดสวนยาง ทั้งยังถูกตำรวจนายหนึ่งในอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู หลอกให้เซ็นชื่อเป็นพยาน บอกว่าต้องเร่งส่งสำนวน ก่อนจะมีหมายเรียกจากศาล ในข้อหาร่วมกันทำให้เกิดเพลิงไหม้ ประมาทและเป็นเหตุให้ทรัพย์สิน(ยางพารา) เสียหาย จำนวนกว่า 5 หมื่นบาท
สามีภรรยา ร่ำไห้เล่าให้ฟังว่า มีนายจ้างเป็นหญิงมาติดต่อให้ไปตัดอ้อยที่บ้านโนนสำราญ หมู่ 4 ต.นาดี อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ซึ่งก่อนหน้ามีคนงานคนหนึ่งได้จุดไฟเผาหญ้าและใบอ้อยแห้งช่วง 6 โมงเช้า และเริ่มทำการตัดอ้อยกันเสร็จประมาณเที่ยง หลังจากนั้นช่วงบ่าย 4 โมงเย็น นายจ้างโทรมาบอกว่า เกิดไฟไหม้ลามไปยังสวนยางพาราใกล้เคียงเสียหาย ก่อนจะโดนตำรวจนายหนึ่งเรียกพวกตนไปสอบปากคำ พร้อมตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนจุดไฟเผาอ้อย ส่วนนายจ้างหญิง หลังจากเกิดเรื่อง ก็ไม่สนใจ ทั้งนี้มีใบนัดจากศาลจังหวัดหนองบัวลำภู แจ้งให้เดินทางไปที่ศาลนัดแรก ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้
ล่าสุดเหมือนจะมีข่าวดีเกิดขึ้นเมื่อบนเฟซบุ๊ก" ธวัชชัย ไทยเขียว" ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความว่า ขณะนี้ตนได้ติดต่อไปยังกระทรวงยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี พร้อมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อมห้ความเป็นธรรมกับ 2 สามีภรรยาคู่นี้เเล้ว โดยเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุข้อความไว้ดังนี้ " คนจนอย่าร้องไห้...!!! เดี๋ยวให้ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี ดูแลประสานงานร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดหนองบัวลำภูช่วยเหลือดูแลให้ครับ"