
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ถือเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แบบสดๆ ร้อนๆ หลังจากที่ธนาคารโลก ได้คาดหมายเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกในปีนี้ ซึ่งพบว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำที่สุดในอาเซียน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตของทั้งกลุ่มอาเซียน นาน 3 ปี ติดกัน นับจากปีนี้ ก็กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งคนบางกลุ่มก็มองเรื่องราวเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างมีข้อครหา ว่าเหตุใดเศรษฐกิจไทยจึงได้ตกต่ำ และรั้งท้ายในอาเซียน ซ้ำยังพูดจาเหยียดการทำงานของรัฐ เหยียดชาติบ้านเมืองตัวเอง แต่หากลองมองตรงกันข้าม ในท่ามกลางเรื่องราวแย่ๆ ประเทศไทยเราก็ยังมีความโดดเด่นและได้รับรางวัลการันตีระดับโลก ที่สะท้อนให้เห็นว่าชาติไทยยังมีดี ไม่ได้ลดถอยระดับลงแต่อย่างใด
ล่าสุดเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ด้านนักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง "ดี้" นิติพงษ์ ห่อนาค ก็ได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟซบุ๊ก Nitipong Honark ระบุว่า "ช่วงนี้นะ...มีข่าวสารซ้ำซากที่พยายามจะทำให้รู้สึกว่า เราชาวไทยช่างเดือดร้อนเหลือเกิน... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ แม่ประไพ.. บางข่าวก็โจมตีเรื่องแว็ท เก้าเปอร์เซนต์ในปีหน้า ซึ่งก็พูดกันมาทุกปี... บางข่าวก็เอาข่าวฝรั่งจัดอันดับห่าเหว เมื่อไหร่ฝรั่งจัดอันดับเมืองไทยต่ำต้อย สื่อหลักบางสื่อ หรือ เพจบางเพจจะรีบเอามาแพร่ให้คนไทยได้รู้ว่า ประเทศไทยมันต่ำต้อยเพียงใด... แต่ในมุมดี ๆ มันไม่เคยเผยแพร่...
มันบอกว่า ฝรั่งว่า ธนาคารโลก บอกว่า เมืองไทยเติบโตเศรษฐกิจต่ำสุดในอาเซี่ยน แพ้กัมพูชา แพ้ลาว เวียตนาม...วัดด้วยเปอร์เซนต์การเติบโต... การใช้เปอร์เซนต์วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ มันหลอกตา...หลอกคนโง่ได้... คนหนึ่ง มีเงินสิบบาท...หาเงินเพิ่มได้ในปีหน้าเป็นยี่สิบบาท... แม่งกลายเป็นคนเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยเปอร์เซนต์หรูมาก อีกคนหนึ่ง มีเงินล้านบาท หาเงินเพิ่มได้เก้าแสนบาทในปีต่อไป...กลายเป็นคนติดลบการเติบโต ตกต่ำลงสิบเปอร์เซนต์...ทั้งๆ ที่ ตัวเลขการเงิน ห่างกันเยอะ.... แล้วก็เอามาเย้ยบ้านตัวเอง ระบบเศรษฐศาสตร์...วัดด้วยเปอร์เซนเตจ อย่างเดียวไม่ได้...ต้องดูเม็ดเงินด้วย.. มันมีทั้งมาร์จิ้น และ วอลลุ่ม...ภาษายากไปไหมอ่ะ
มาร์จิ้น คือ ต้องการกำไรต่อชิ้น ต้นทุนสิบบาท แต่อยากขายห้าสิบบาท...ได้มาร์จิ้น สี่สิบบาท....แต่จะขายวอลลุ่มได้เยอะหรือเปล่า ไม่รู้่.. วอลลุ่ม คือ ต้องการคนซื้อมากๆ ต้นทุนสิบบาท ขายแค่ยี่สิบบาทก็ได้...คนจะได้อยากซื้อเยอะๆ ได้กำไรมาร์จิ้น สิบบาท แต่วอลลุ่มเยอะ คือคนซื้อมากเป็นการตลาดแบบธรรมชาตินี่เอง....ไม่ได้ยากเย็นอะไร เช่น ถ้ามั่นใจว่า มีคนซื้อแน่ ของเราดี ไม่ต้องขายเยอะก็ได้ แต่มาร์จิ้นบวกเยอะมาก เช่น พวกของแบรนด์เนมก็รวยได้ กับอีกแบบ คือของที่ไม่ต้องการมาร์จิ้น(กำไร) ต่อชิ้นมาก....แต่สามารถเอาไปขายคนจำนวนมาก เช่น ไปขายเมืองจีนได้....กำไรต่อชิ้นนิดเดียว แต่ขายคนได้เป็นพันล้าน...รวยกว่า...
ข่าวสารทางด้านเศรษฐกิจ มักจะมีคนชอบเอามาเป็นประเด็นโจมตี โดยชี้นำไปทางด้านที่ตัวเองต้องการ..ให้ชื่นชมรัฐ หรือ ให้เหยียดหยามรัฐ..เป็นงี้ทุกประเทศแหละ...แล้วแต่ผลประโยชน์ใคร สงครามเศรษฐกิจระหว่างชาติ อย่าได้เชื่อใครเลย มันแซะกันทั้งนั้น... ผลประโยชน์จ้ะ แม่ประไพ... ไม่อยากจะบอ ว่าสหรัฐ ขาดดุลเมืองไทยเราเท่าไหร่.. มากจนไม่น่าเชื่อ... เมืองไทยเราเป็นเป้าหมายที่น่าหมั่นไส้อิจฉามากสำหรับฝรั่ง ทั้งสหรัฐ และอียู และพวกที่เพิ่งหนีจากอียู มีข้อมูลมากมายที่เพื่อนส่งมาให้ความรู้ว่า... เมืองไทยเรานี่...มันเจ๋งโคตร เป็นข้อเท็จจริงด้วย ไม่ใช่พล่อยๆ แบบพวกที่ชอบเหยียดหยามบ้านตัวเอง...ไว้จะเล่าให้ฟังอีกนะ แม่ประไพ แม่พลอย..หลวงประดิดประดอย... ดูชาร์ตนี้ไว้เล่นๆ ละกันนะ... คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า...
ต่อมาได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ว่าจากประสบการณ์ที่พูดคุยกับคนต่างชาติ ใครๆ ก็หลงรักเสน่ห์เมืองไทย และประทับใจกับสถานที่ท่องเที่ยว เรียกว่ามาแล้วก็ต้องมาซ้ำอีก และยังมีบางคอมเม้นต์บอกไว้แบบนี้ด้วยว่า "แจ้งพ่อทิดเอิบผัวแม่ประไพ ฉันไปเที่ยวญี่ปุ่นมา...ฉันชื่นชมญี่ปุ่นเสียมากมาย แต่ฉันก็ปากหนักนักทำไมไม่บอกว่า
ถึงอย่างไรฉันก็รักประเทศไทยไปด้วยก็ไม่รู้ เชื่อไหมพอพวกญี่ปุ่นเขารู้ว่าฉันมาจากเมืองไทยไปกินปลาดิบที่บ้านเขา เขากลับพูดว่า “ต้มยำกุ้ง ผัดไทย โออิชิ“ พร้อมยกนิ้วโป้งให้ ฉันได้ยินแล้วถึงกับพูดไม่ออก คนญี่ปุ่นเขารักบ้านเมืองเขามาก ไม่เคยกล่าวว่าประเทศของเขาเลย แต่บ้านเราชอบเอาแต่ข่าวไม่ดีต่อว่าบ้านตัวเอง แปลกจริงๆ นะทิดเอิบ... คนหมู่บ้านเรา ไม่ค่อยค้นหาความจริง สื่อเลือกข้างจ้างได้ละเชื่อกันได้เป็นวักเป็นเวร อย่างสื่อฝรั่งบีบีซีนั่นก็ลงข่าวมั่วกี่ครั้งแล้ว ก็ยังงมงายเชื่อมันอยู่อีก สื่อไทยบางสำนักนั่นก็ตัวดี ชอบตัดตอนข่าวเอาบางส่วนมาพาดหัว เรียกเสียงด่าหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วก็ได้ผลทุกครั้ง ฉันละเหนื่อยใจจริงๆ พ่อทิดเอิบเอ้ย...หรือเป็นเพราะว่าคนในหมู่บ้านเรา อ่านหนังสือกันน้อยเกินไปก็ไม่รู้นะ"
ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Nitipong Honark