
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
นางคาร์เมน จูลิน ครูซ นายกเทศมนตรีเมืองซาน ฮวน ของเปอร์โตริโก พูดถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯที่มาตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยหลังเปอร์โตริโกได้รับความเสียหายจากเฮอร์ริเคนมาเรียเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลสหรัฐฯ รับมือกับภัยพิบัติล่าช้ามาก และการพบปะประชาชนแล้วทรัมป์โยนม้วนกระดาษทิชชู่ใส่ฝูงชน เจตนาของทรัมป์อาจจะทำให้ผู้คนมองว่า เป็นการแจกของ แต่สำหรับนายกเทศมนตรีเมืองซาน ฮวนแล้ว มองว่าเป็นการสร้างภาพและเป็นกิริยาที่แย่และน่ารังเกียจมาก
นางคาร์เมนกล่าวกับสื่อหลายสำนักทีเดียวว่า การที่ทรัมป์มาเยือนเปอร์โตริโกคือการสร้างภาพ เพราะไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใดๆเลย อีกทั้งแย่มากและน่ารังเกียจที่โยนกระดาษชำระและสิ่งของบรรเทาทุกข์ใส่คนอื่น มันไม่ได้แสดงถึงจิตวิญญาณของอเมริกันชนเลยแม้แต่น้อย
ชมคลิปขณะทรัมป์โยนกระดาษทิชชู่ใส่ฝูงชนผู้ประสบภัยเฮอริเคนที่เปอร์โตริโก
อีกทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีคำพูดที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับงบประมาณค่าใช้จ่ายเพื่อการฟื้นฟู ที่ส่งผลกระทบต่องบประมาณส่วนกลางสหรัฐฯที่กำลังประสบสภาวะงบขาดดุลอยู่แล้วว่า "ทำให้งบประมาณของสหรัฐฯปั่นป่วน... แต่ไม่เป็นไร" ซึ่งนางคาร์เมนจวกกลับว่า เป็นคำพูดที่ดูถูกชาวเปอร์โตริโกเป็นอย่างมาก ทำให้ความทุกข์ของเราชาวเปอร์โตริโก้ดูเป็นเรื่องเล็ก
นางคาร์เมน จูลิน ครูซ นายกเทศมนตรีเมืองซาน ฮวน เปอร์โตริโก
นางคาร์เมนบอกว่า "รู้ไหม พวกเขากำลังจะตาย ไม่มีแพทย์มาดูแล ทรัมป์ทำตัวเหมือนเป็นผู้นำที่สื่อสารผิดพลาด ไม่ได้แสดงออกอย่างจริงใจว่าสนใจจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่กำลังทุกข์ร้อน”
ระหว่างที่ทรัมป์ตรวจเยี่ยมเปอร์โตริโก้นั้น นางคาร์เมน นายกเทศมนตรีเมืองซาน ฮวน ได้จับมือกับทรัมป์ และนางคาร์เมนก็พูดขึ้นว่า "นี่คือเรื่องของการช่วยชีวิต ไม่ใช่เรื่องการเมือง" แต่ตอนนั้นทรัมป์ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป แต่เมื่อนางคาร์เมนทวีตวิจารณ์รัฐบาลของทรัมป์ว่า "กำลังฆ่าพวกเราเพราะความไร้ประสิทธิภาพ" ทรัมป์ตอบโต้ในไม่ช้าว่า “เธอเป็นผู้นำที่แย่มาก”
CNN ยังได้เปรียบเทียบกิริยาการแสดงออกของอดีตผู้นำสหรัฐฯและทรัมป์ ระหว่างการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย จะเห็นได้ว่าทั้งอดีตประธานาธิบดี นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช นายบิล คลินตัน และนายบารัค โอบามา จะเข้าสวมกอดผู้ประสบภัย แต่โดนัลด์ ทรัมป์ไม่มีการสวมกอด มีแต่โยนของให้ผู้ประสบภัย
สำหรับสถานการณ์ล่าสุดบนเกาะเปอร์โตริโกนั้น มีเพียงร้อยละ 7 ที่มีไฟฟ้าใช้ ส่วนพื้นที่ห่างไกลยังคงขาดแคลนอาหาร น้ำ และความช่วยเหลือด้านการแพทย์ขั้นพื้นฐาน ด้านรัฐบาลสหรัฐฯออกแถลงการณ์ หลังการตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในเปอร์โตริโก้ว่า กำลังเตรียมจะยื่นของบประมาณช่วยเหลือภัยพิบัติจากรัฐสภาเป็นเงิน 29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 9.67 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 4.33 แสนล้านบาท จะเป็นเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเฮอร์ริเคนในเปอร์โตริโก รัฐฟลอริดา และรัฐเท็กซัส ส่วนอีก 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 5.33 ล้านบาทจะจัดสรรให้กับหน่วยงานบรรเทาอุทกภัยของรัฐบาล