
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sukanya Saecheah ได้โพสต์ข้อความว่า... **ขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากชาวเน็ต และสื่อสารมวลชน ในการช่วยกันแชร์ เรื่องราวของสามีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตทารุณภรรยาให้ถึงตาย และช่วยตามหาลูกสาวของผู้บาดเจ็บสาหัส**
ดิฉันขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ตทุกท่าน และองค์กรเด็กและสตรี รวมถึงสื่อสารมวลชน อีกทั้งผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ได้โปรดเข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกสามีทำร้ายร่างกายโดยการใช้น้ำมันเบนซินราด และเผาไหม้ จนเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างรุนแรง ได้มีชาวบ้านนำเธอส่งรพ. ซึ่งแพทย์บอกญาติให้เตรียมใจ ขณะนี้ผู้บาดเจ็บสาหัสยังมีสติ เธอต้องการจะขอพบลูกสาว ซึ่งลูกสาวของเธอทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ติดต่อผู้เป็นแม่มานานเกือบปีเศษ
ขณะนี้ผู้เป็นแม่นอนเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสต้องทนทุกข์ทรมานกับไฟที่เผาไหม้เธอตั้งแต่ศรีษะถึงลำตัวและหูของเธอหายไปข้างหนึ่ง แต่ใจของเธอเรียกหาแต่ลูกสาว เธอเขียนใส่กระดาษให้แพทย์ว่า ขอพบลูกสาว นี่อาจจะเป็นการเรียกหาครั้งสุดท้ายของชีวิตเธอก็เป็นได้ จึงขอความเมตตาจากทุกท่าน ทั้งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้โปรดกรุณาเมตตาไปดูผู้บาดเจ็บ เธอต้องการความช่วยเหลือในด้านของกฏหมายเอาผิดกับผู้ก่อเหตุ และช่วยเป็นสื่อช่องทางในการตามหาลูกสาวของเธอ ให้ได้พบตัวโดยเร็ว เพื่อไปดูแม่ที่เจ็บป่วยปางตายในขณะนี้อย่างเร่งด่วน หากว่าช้าอาจจะทำให้แม่ไม่ได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายก็เป็นได้ ซึ่งเรื่องราวที่โหดเหี้ยมเกิดขึ้นนั้นมีดังนี้
วันเกิดเหตุ เสาร์ที่30กย.2560 ผู้บาดเจ็บชื่อนางจันทร์เพ็ญ ประริวันตะโก อายุ42ปี เป็นลูกหลานชาวอีสาน อยู่ที่อ.หนองหงษ์ จ.บุรีรัมย์ แต่งงานกับสามี(คนที่สอง)ชาวเหนือ จังหวัดน่าน และไปอยู่กินกันที่ จ.น่าน ที่อยู่ 43 หมู่10 บ้านห้วยแขม ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน สามีชื่อนายทร ยาติกา โดยวันเกิดเหตุ นางจันทร์เพ็ญ เข้าครัวทำอาหาร ระหว่างที่ยืนทอดปลาอยู่นั้น สามีคือนายทรได้เดินไปใช้น้ำมันเบนซินราดจากหัวลงสู่ลำตัว เตาไฟที่เธอกำลังทอดปลาอยู่นั้นได้ลุกไหม้ติดขึ้นที่ตัวเธออย่างรวดเร็ว เธอส่งเสียงกรีดร้องอย่างดัง ไฟโหมไหม้ตัวเธออย่างรวดเร็วจนหูข้างหนึ่งเธอนั้นถูกไฟไหม้จนหายไป และผิวหนังตั้งแต่ศรีษะใบหน้าจนถึงลำคอ หน้าอกของเธอเสียหายสาหัสรุนแรง เธอทุกข์ทรมานถึงขั้นเขียนบอกญาติว่าให้แพทย์ช่วยฉีดยาให้เธอตายไปเสีย เพราะเธอไม่อาจจะทนความเจ็บปวดได้ อีกทั้งเธอเขียนบอกขอพบหน้าลูกสาวของเธอ ลูกสาวเธอชื่อพรพิมล เรืองศรีหมั่น ชื่อเล่นหมิว อายุ23ปี ทำงานอยู่ร้านอาหารแถวถนนรัชดา กรุงเทพฯ
ผู้เป็นญาติบอกว่าแม่ไม่ได้พบหน้าลูกสาว หรือติดต่อกันมานานเกือบปีเศษ เบอร์โทรที่ให้ไว้ติดต่อไม่ได้เลย ทางญาติวอนชาวเน็ต และผู้ใหญ่ทุกท่าน รวมถึงสื่อสารมวลชนทุกแขนงที่มีช่องทางส่งข่าว ได้โปรดช่วยเป็นกล่องเสียงส่งข่าว เพื่อให้ข่าวนี้ทราบไปถึงผู้ที่รู้จักกับนส.พรพิมลหรือหมิว ให้เธอรีบไปรพ.จังหวัดน่าน เพื่อดูแม่ของเธอที่ป่วยหนักโดยเร่งด่วน
สำหรับกรณีด้านผู้กระทำผิดยังลอยนวล ญาติของผู้บาดเจ็บคือนางบุญเย็น ซึ่งเป็นพี่สาว ได้เล่าว่าหลังเกิดเหตุจนถึงเมื่อวานนี้(1ตค) ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ เนื่องจากทางญาติผู้ก่อเหตุบอกห้ามไปแจ้งความ เธอเกรงจะไม่ปลอดภัยเพราะทางจว.น่านมีแต่ญาติๆของผู้ก่อเหตุ อีกทั้งเธอและแม่ไม่มีผู้คนที่รู้จักในจว.น่าน ทำอะไรก็ไม่ถูก เดินทางไปก็ยังไม่ถูก
เพราะไม่เคยเดินทางไปภาคเหนือ รวมถึงไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แม่และพี่สาวของผู้บาดเจ็บวิงวอนขอให้ชาวเน็ตและชาวสื่อ ได้โปรดเมตตาเป็นสื่อช่วยให้ผู้รู้กฏหมายได้โปรดช่วยเหลือเธอและลูกซึ่งบาดเจ็บสาหัส ให้ได้รับความเป็นธรรมด้วย อีกทั้งช่วยพาหลานสาวกลับมาดูใจผู้เป็นแม่ที่นอนบาดเจ็บสาหัส เพื่อให้ได้ทันเวลา นี่คือเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกสามีจิตใจเหี้ยมโหดกระทำการทารุณโหดร้ายมาก ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครอบครัวผู้บาดเจ็บจะได้รับความเมตตาจากทุกๆท่านโดยโปรดช่วยกันแชร์ให้มากที่สุด
กราบขอบพระคุณทุกๆท่านเป็นอย่างสูง
จิตอาสา
ขอบคุณ Sukanya Saecheah