
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 5 ตุลาคม 2560 อาร์ทีนิวส์ รายงานข่าว กรณีทางด้าน กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ได้ทำการเผยแพร่คลิปวีดีโอ ซึ่งเป็นภาพของเรือดำน้ำของกองทัพเรือรัสเซีย ได้ใช้อาวุธร่อนคาลิเบอร์ ยิงจากใต้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อเข้าทำลายกลุ่มเป้าหมายนั่นคือ กลุ่มนักรบไอเอส ที่เมืองเดอีร์ เอซซอร์ ประเทศซีเรีย โดยพลเรือตรีอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเรือดำเวลิคี นอฟโกรอด และ โคลพิโน ได้ทำการยิงขีปนาวุธ 10 ลูกขณะกำลังลาดตระเวนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตามการแจ้งของทางด้านหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย ที่ได้ตรวจพบเป้าหมายคือกลุ่มนักรบไอเอส ในจังหวัดเดอีร์ เอซซอร์ ของซีเรีย รวมถึงศูนย์บัญชาการ คลังกระสุนขนาดใหญ่และโรงเก็บยานยนต์หุ้มเกราะของพวกก่อการร้าย
แต่จากการยิงขีปนาวุธร่อนคาลิเบอร์ ครั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าทางด้านกลุ่มก่อการร้ายได้รับความเสียหายอย่างไรบ้าง และ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกี่ราย แต่ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2560 ว่า การโจมตีทางอากาศของเครื่องบินรบรัสเซีย นอกเมืองเดอีร์ เอซซอร์ ริมแม่น้ำยูเฟรติส ด้านตะวันออก สามารถที่จะทำการสังหารนักรบไอเอสอย่างน้อย 304 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 200 คน นอกจากนั้นยังทำลายศูนย์ฝึก ฐานปืนใหญ่ รถถัง และคลังอาวุธปืน-เครื่องกระสุนของกลุ่มไอเอส ได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย
ขณะที่ วันที่ 4 ตุลาคม 2560 กองทัพรัสเซียออกมากล่าวตำหนิสหรัฐอเมริกาว่าเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มก่อการร้ายโจมตีกองทัพรัฐบาลซีเรีย ทั้งได้ออกมาบอกว่าพร้อมจะทำลายกองกำลังนักรบในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ ให้สิ้นซาก ทางด้านอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กล่าวว่า อุปสรรคหลักของการทำลายขบวนการก่อการร้ายไอเอสในซีเรียไม่ใช่ความสามารถในการต่อสู้ของกลุ่มก่อการร้ายแต่เป็นการสนับสนุนไอเอส ของสหรัฐฯ
ในคำแถลงของทางด้าน อิกอร์ โคนาเชนคอฟ ยังระบุว่ากลุ่มไอเอสได้โจมตีกองทัพรัฐบาลซีเรียหลายครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน 2560 ในพื้นที่รอบเมืองอัลตันฟ์ซึ่งมีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ โดยการโจมตีครั้งหนึ่งนักรบไอเอสกว่าสามร้อยคนสามารถข้ามผ่านฐานทัพลับทั้งหมดของรัฐบาลซีเรียไปยังเมืองอัลการ์ยาเทนได้สำเร็จ
อิกอร์ โคนาเชนคอฟ ย้ำว่า กรณีดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการประสานงานกันอย่างแม่นยำ ซึ่งทางเดียวคือกลุ่มก่อการร้ายได้รับข้อมูลผ่านการลาดตระเวนทางอากาศ ที่ถูกประมวลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญพิเศษเพื่อนำไปก่อเหตุวินาศกรรมและการก่อการร้าย หากสหรัฐฯ มองปฏิบัติการเหล่านี้เป็นเหตุบังเอิญที่คาดไม่ถึง กองทัพอากาศรัสเซียในซีเรียก็พร้อมจะเริ่มการทำลายเหตุบังเอิญเหล่านั้นทั้งหมดให้สิ้นซากเช่นเดียวกัน