
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
หลังจากนายกรัฐมนตรีออกมาพูดเรื่องโรดแมปเลือกตั้งว่ากฎหมายลูกจะเสร็จสิ้นปี 2561 และมีรัฐบาลใหม่ปี 2562 ทางนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุขอให้นับโรดแมปตามขั้นตอนจริง
[caption id="attachment_115009" align="aligncenter" width="710"]
วันที่ 6 ต.ค.60--นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงโรดแมปเลือกตั้ง โดยหากมีการตั้งกรรมาธิการร่วม พิจารณากฎหมายลูกระหว่างกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะทำให้โรดแมปต้องขยับออกไปหรือไม่ว่า ไม่ขอตอบเรื่องทำไม่เสร็จ เพราะตามหลักต้องทำให้เสร็จ การจะตั้งกรรมาธิการร่วมหรือไม่นั้น ไม่ขอให้ความเห็น เพราะยังไม่เกิด
ส่วนการตั้งกรรมาธิการร่วมมีกรอบเวลา 1 เดือน ตามโรดแมปจริงๆในบทเฉพาะกาล กำหนดไว้แล้วว่า ปลายปี 2560 กรธ.ต้องยกร่างกฎหมายลูกเสร็จแล้วไปสู่สนช. ใช้เวลาพิจารณา 60 วัน หากมีการแก้ไขก็บวกไปอีก 30 วัน แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย อีก 90 วัน เมื่อประกาศใช้กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็จัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน
หากใช้เต็มเวลาจะได้รัฐบาลใหม่ปลายปี 61 หรือต้นปี 62 เพราะเมื่อจัดการเลือกตั้งเสร็จแล้วประกาศผลเลือกตั้งภายใน 60 วัน เพื่อเปิดสภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรีทันที ก็จะจบได้เร็ว แต่ถ้าประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว เปิดสภาฯ ไม่ได้ก็ต้องยืดเวลาออกไป
ส่วนกรณียื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เป็นตัวแปรที่ไม่ได้อยู่ในโรดแมป เพราะหากองค์กรที่เกี่ยวข้องเห็นว่ากฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องจะขัดกับรัฐธรรมนูญ ก็จะให้เบรกก่อนนำความกราบบังคมทูล โดยยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ายื่นไม่ได้ จึงจะส่งเรื่องมาให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ยื่น แต่สุดท้ายนายกรัฐมนตรีต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะนานเท่าไหร่ไม่สามารถบอกได้ เพราะไม่มีกรอบเวลากำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ปัจจัยที่อาจทำให้โรดแมปเลือกตั้งต้องขยับออกไป คือ 1. มีบุคคลยื่น กม.ลูกให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แล้วศาลมีมติชี้ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจริงตามคำร้อง 2. สนช.มีมติ ไม่เห็นชอบร่างกฎหมายลูกฉบับสุดท้าย ที่คณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ปรับแก้ไข 3. ปัจจัย ที่อยู่เหนือการควบคุม