ถึงเวลาปลดล็อก "พรรคการเมือง" แล้วหรือยัง ?

ถึงเวลาปลดล็อก "พรรคการเมือง" แล้วหรือยัง ?

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

 

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีกลไกใหม่เกิดขึ้นมากมาย ที่บรรดานักเมืองต้องศึกษา โดยเฉพาะการส่งตัวผู้สมัครที่ต้องผ่านการทำไพรมารีโหวตก่อน นอกจากนี้ ยังกำหนดให้พรรคดำเนินการให้มีสมาชิก และ สาขาพรรคตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนมีโทษถึงขั้นยุบพรรค

ประกาศใช้อย่างเป็นทางการสำหรับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยกฎหมายพรรคการเมืองมีทั้งหมด 152 มาตรา มีกลไกใหม่ เกิดขึ้นจำนวนมาก อาทิ ตั้งพรรคการเมืองต้องมีทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท โดยผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองทุกคนต้องร่วมกันจ่ายเงินเพื่อเป็นทุนประเดิมคนละไม่น้อยกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกินคนละ 50,000 บาท ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน

พรรคการเมืองต้องดำเนินการต้องหาสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และต้องเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คนภายใน 4 ปี การที่กำหนดแบบนี้ เนื่องจากระบบการเลือกตั้งใหม่ใช้คะแนนจาก ส.ส.เขตไปคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย หากพรรคไม่มีกำลังส่ง ส.ส.เขต ก็จะทำให้ขาดคะแนนไป

 

ถึงเวลาปลดล็อก "พรรคการเมือง" แล้วหรือยัง ?

 

นอกจากนี้ก่อนพรรคการเมืองจะส่งผู้สมัคร ต้องผ่านการคัดกรองเบื้องต้น หรือ การทำไพรมารี่โหวตก่อน โดยการเลือก ส.ส.เขต 350 เขต

1. พรรคการเมืองต้องประกาศรับสมัครก่อน

2. หลังปิดรับสมัครแล้ว กรรมการสรรหาตรวจสอบประวัติ

3. จากนั้นส่งรายชื่อไปให้ สาขาพรรคหรือตัวแทนจังหวัดจัดประชุมเลือก เหลือเขตละ 2 คน

4. ส่งรายชื่อ ให้กรรมการบริหารพรรคเลือกจาก 1 ใน 2 คน ที่สาขาพรรคส่งมา หากกรรมการบริหารพรรคไม่เลือกทั้ง 2 คน ให้ส่งกลับไปที่ สาขาพรรคเริ่มกระบวนการใหม่

ถึงเวลาปลดล็อก "พรรคการเมือง" แล้วหรือยัง ?

ขณะที่การส่งผู้ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน

1. พรรคต้องจัดทำบัญชีรายชื่อทั้งหมด 150 ชื่อ

2. ส่งให้สาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัดโหวตเลือก โดยสมาชิกหนึ่งคนจะโหวตได้ไม่เกิน 15 ชื่อ

3. นำคะแนนจากสมาชิกทั่วประเทศรวมกัน

4. จากนั้นจัดบัญชีรายชื่อใหม่ เรียงตามผู้ที่ได้คะแนนมากไปหาน้อย

5. ส่งให้ กกต.

ซึ่งกลไกนี้ ถือเป็นหัวใจของกฎหมายฉบับนี้ ที่ต้องการให้สมาชิกพรรค/สาขาพรรคมีส่วนร่วมกับการกำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส. ไม่ใช่ปล่อยให้กรรมการบริหารพรรคหรือนายทุนมีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหมือนที่ผ่านมา

ถึงเวลาปลดล็อก "พรรคการเมือง" แล้วหรือยัง ?

ส่วนโทษยุบพรรค มีหลายฐานความผิด อาทิ พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่สมาชิกเข้าควบคุม ครอบงำหรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม พรรคการเมือง ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการอันเป็นการทำลายทรัพยากร ธรรมชาติของประเทศ พรรคการเมืองยอมรับเงินเพื่อซื้อขายตำแหน่งทางราชการ เป็นต้น

ส่วน พรรคการเมืองเดิม ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่เช่นกัน คือ

1.ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงสมาชิกจากบัญชีเดิมต่อนายทะเบียนพรรค ภายใน 90 วัน

2.พรรคการเมืองจะต้องดำเนินการให้มีสมาชิก 500 คน ภายใน 150 วัน

3.จัดให้มีทุนประเดิมจำนวน 1 ล้านบาท

4.จัดให้สมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 500 คน ชำระค่าบำรุงพรรค 100 บาท ภายใน 180 วัน แต่ในปีแรกอนุโลมให้พรรคการเมืองเรียกเก็บไม่ถึง 100 ได้แต่ ไม่น้อยกว่า 50 บาท

5.ดำเนินการให้สมาชิกจ่ายค่าบำรุงพักไม่น้อยกว่า 5000 คนภายใน 1 ปี และจำนวนไม่น้อยกว่า 10000 คนภายใน 4 ปี (โดยหากพ้นกรอบเวลา 4 ปีแล้วสมาชิกคนใดไม่ชำระค่าบำรุงพรรค ถือว่าสิ้นสมาชิกภาพ)

6.จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อดำเนินการภายในพรรค ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยในการประชุมต้องมีหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่ากี่สาขาและมีสมาชิกของพรรคการเมืองรวมกันแล้วมีจำนวนไม่น้อยกว่า 250 คนเข้าร่วมประชุมด้วย

7.ต้องดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้ครบ ภายใน 180 วัน

ถึงเวลาปลดล็อก "พรรคการเมือง" แล้วหรือยัง ?

โดยกรอบเวลาทั้งหมด นับจากกฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ซึ่งพรรคการเมืองเก่าสามารถทำหนังสือขอขยายเวลาออกไปได้แต่ไม่เกิน 3 ปี หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จให้พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพไป ที่สำคัญระหว่างที่ยังดำเนินการตามขั้นตอนไม่แล้วเสร็จห้ามส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง

ถึงเวลาปลดล็อก "พรรคการเมือง" แล้วหรือยัง ?

สิ่งเหล่านี้ ถือเรื่องใหม่ที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนเพราะมีโทษรุนแรงถึงยุบพรรค แต่สิ่งที่พรรคการเมืองสนใจไม่แพ้กับกลไกใหม่ที่เกิดขึ้น คือ คสช.จะปลดล็อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมพรรคได้ เมื่อไร ซึ่งหลายพรรคก็เชื่อว่า คสช.รู้เงื่อนไขของเวลาดี

ถึงเวลาปลดล็อก "พรรคการเมือง" แล้วหรือยัง ?

 

 

 

 

related