
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
กอร.พระราชพิธี ฯ เตรียมเปิดให้ประชาชนเข้าร่วม พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม และอนุญาตให้อยู่ยาวถึง วันที่ 26 ตุลาคม โดยกำหนด 5 จุดรวมพลประชาชน ก่อนเดินเท้าเข้าพื้นที่สนามหลวง
[caption id="attachment_118050" align="aligncenter" width="565"]
วันที่ 10 ต.ค.60--พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้แถลงผลการประชุม กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ กอร.พระราชพิธี ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เมื่อวานนี้ ว่า
การเตรียมการด้านพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ความพร้อมร้อยละ 98 - 99 ที่เหลืออีกร้อยละ 1 - 2 คือ การประดับตกแต่งอุปกรณ์บางอย่าง ยังไม่สามารถติดตั้งได้ในทันที เพราะสียังไม่แห้ง และไม่สวยงาม
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทั้ง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดจุดต่างๆให้เรียบร้อย โดยเฉพาะเส้นทางขบวนเสด็จฯ ผ่าน ต้องรีบกำหนดแผนการเสด็จให้เรียบร้อย รวมทั้งแนะนำให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมประชาสัมพันธ์ ควรรีบดำเนินการให้ความรู้และแนะนำทำความเข้าใจแก่ประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชนในการเข้าร่วมงานพระราชพิธี และการปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่
ทั้งนี้ มีข้อห้ามสื่อมวลชน ที่อยู่บนอัฒจันทร์ งดถ่ายทอดริ้วขบวนพิธีทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ยกเว้นประชาชน ที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ โดยอนุญาตให้ถ่ายภาพนิ่ง และถ่ายภาพเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่แจ้งไว้ ถ้าต้องการภาพปัจจุบันที่เป็นเหตุการณ์สดสามารถทำได้วิธีเดียว คือการเกี่ยวสัญญาณของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเท่านั้น และหากกรณี มีประชาชนเฟซบุ๊กไลฟ์ แล้วสำนักข่าวต่างๆ นำไปแชร์ ขอขี้แจงว่า ไม่สามารถทำได้เช่นกัน ทั้งนี้จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนที่ไปทำหน้าที่อยู่นอกอัฒจันทร์ โดยสื่อมวลชนจะอยู่ได้แค่ 2 แห่ง คือ อัฒจันทร์ และศูนย์ประชุมม.ธรรมศาสตร์ ทั้งวันซักซ้อมและในวันพระราชพิธี
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ในพื้นที่และจังหวัดของตัวเอง เพราะพระราชพิธีทุกอย่างนั้นคล้ายกับท้องสนามหลวงทุกประการ อย่างไรก็ตาม พื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง สามารถจุคนได้ถึง 250,000 คน เพราะมีพื้นที่ 150,000 ตารางวา แต่คาดว่า มีประชาชนเพียง 40,000-50,000 คนเท่านั้น ที่จะสามารถเข้ามารับชมพระราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
ด้าน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม จะเปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าสู่พื้นที่ด้านในสนามหลวง ซึ่งทุกคน จะต้องพกบัตรประจำตัวประชาชน มาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ หากไม่มี จะไม่อนุญาตให้ผ่านเข้าไป นอกจากนี้ อนุญาตให้ประชาชนอยู่ยาวจนถึงเช้าวันที่ 26 ตุลาคม ไปจนเสร็จสิ้นพระราชพิธี
ทั้งนี้ ได้จัดรถชัตเตอร์บัส รับ-ส่ง ประชาชนจากสถานีรถไฟ ท่าเรือ จุดจอดรถขนส่งมวลชน กว่า 10 จุด เพื่อนำประชาชนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน ซึ่งกำหนดจุดรวมพลไว้ 5 จุดที่ประชาชนจะต้องเดินเท้าเข้าสู่บริเวณสนามหลวง ได้แก่ สนามม้านางเลิ้ง ด้านหน้าบ้านมนังคศิลา หน้าสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง แยกอรุณอัมรินทร์ และแยกวิสุทธิกษัตริย์
นอกจากนี้ในวันที่ 25 ตุลาคม จะเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 5 นาฬิกา ทั้ง ในถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินใน และ ถนนราชดำเนินกลาง ในทิศเหนือ ตั้งแต่ลานพระวังดุสิต ทิศใต้ ปากคลองตลาด ทิศตะวันออก แยกสะพานขาว ถนนหลานหลวง และทิศตะวันตก ถนนอรุณอัมรินทร์และแยกบรมราชชนนี โดยไม่อนุญาติให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในพื้นที่ แต่จะใช้วิธีการเดินเท้าเข้ามายังพื้นที่เท่านั้น
ส่วน นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด อำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ ทั้งเรื่องความปลอดภัย จุดจอดรถ อาหาร และน้ำดื่ม โดยสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ทั่วทุกภูมิภาคมีทั้งหมด 878 จุด แบ่งเป็น พระเมรุมาศจำลอง 76 แห่ง และซุ้มวางดอกไม้จันทน์ 802 จุดโดยทั้งหมดดำเนินการไปแล้วร้อยละ 95 คาดว่า ทุกแห่งจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั่วประเทศ 15 ต.ค.นี้ โดยทุกจุดจะมีการติดตั้งจอแอลอีดีขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นภาพประวัติศาสตร์เหมือนเหตุการณ์จริง