
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
หญิงสาวรายหนึ่ง เข้าร้องเรียนกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 หลังถูกชายฉกรรจ์ 4 คน อ้างตัวเป็นตำรวจ บุกค้นบ้าน ช่วงค่ำวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา แล้วนำตัวไปกักขังที่ สภ.ปากเกร็ด ก่อนจับใส่กุญแจมือ ส่งศาล ในข้อหา จงใจขัดขืนไม่ปฏิบัติตามหมายบังคับคดี
หญิงสาวรายนี้เล่าว่า ตนเองมีบ้านอยู่สองหลังเป็นอาคารพาณิชย์ แต่อีกหลังหนึ่ง คือบ้านเลขที่ 2/213 หมู่ 7 ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีคำสั่งจากศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 575/2560 วันที่ 19 กันยายน 2560 ให้ย้ายออกเนื่องจากขาดส่งค่าเช่าซื้อ ให้ตกเป็นของนิติบุคคล โดยหญิงรายนี้ ได้ย้ายออกพร้อมทรัพย์สินภายในบ้านหลังดังกล่าว มาอยู่บ้านอีกหลังที่ติดกัน สักพักแล้ว
แต่เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ชายฉกรรจ์ 4 คน เดินเข้ามาในบ้าน แล้วถามหาชื่อ หญิงคนนี้ ก่อนที่จะแสดง หมายศาลจังหวัดนนทบุรี มีความผิดข้อหาจงใจขัดขืนไม่ปฏิบัติตามหมายบังคับคดี ซึ่งชายกลุ่มดังกล่าว อ้างตัวเองว่า เป็นตำรวจ สภ.ปากเกร็ด แล้วพาตัวขึ้นรถไปไว้ที่ห้องสืบสวนสภ. ปากเกร็ด ก่อนบังคับให้เซ็นเอกสารบันทึกการจับกุม แล้วนำตัวเข้าห้องขังบนโรงพัก
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม บอกว่า ได้รับการติดต่อจากญาติของหญิงรายนี้ จึงประสานไปยังพันตำรวจโทยศวิน เอี่ยมพุ่ม รองผู้กำกับสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อขอใช้สิทธิ์ประกันตัว แต่ได้รับคำตอบจากตำรวจว่า ต้องส่งหญิงรายนี้ ขึ้นศาลในวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม ให้ประกันตัวในชั้นศาล เมื่อถึงศาลจังหวัดนนทบุรี กลับพบว่า หญิงคนนี้ถูกใส่กุญแจมือ โดยศาลอนุมัติให้ประกันตัว
ทั้งนี้การมาร้องเรียนต่อพลตำรวจโทสุวัจน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้พิจารณา ถึงการกระทำของตำรวจสภ.ปากเกร็ด 4 นาย ที่ร่วมกันบุกรุกบ้านในเวลากลางคืน โดยไม่มีหมายค้นและเหตุจำเป็นอันเร่งด่วน และแจ้งความเอาผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 กับตำรวจ ทั้ง 4 นายและพวกรวม 7 คน