
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใย พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีความพร้อมด้านจิตใจเต็มที่ ขอให้ระมัดระวังเรื่องสุขภาพ ได้มอบหมายให้นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดเตรียม ทีมแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์พร้อมทำงานเชิงรุกในการดูแลพี่น้องประชาชนในสภาพที่อากาศแปรปรวน
นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้มี การประชุมวิดีโอทางไกลศูนย์ปฏิบัติการ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซักซ้อมความพร้อม ของระบบสื่อสาร ทั้งช่องทางหลักและ ช่องทางเสริมคือระบบวิทยุสื่อสาร เป็นช่องทางประสานงานระหว่างผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และส่วนกลาง รวมทั้งความพร้อมของทีมแพทย์ การสำรองยาเวชภัณฑ์ ช่องทางด่วนระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน เป็นต้น
ขณะนี้ทั่วประเทศได้จัดทีมแพทย์พร้อมปฎิบัติงาน จำนวน 4,442 ทีม รวมทั้ง ทีมสำรองสนับสนุนส่วนกลางอีกเขตสุขภาพละ 5 ทีม ทั้งนี้ ได้กำชับทุกพื้นที่เตรียมแผนสำรองกรณีมีฝนตกหนัก เตรียมเสื้อกันฝน หมวก รองเท้าบู๊ท ให้บุคลากรพร้อมปฎิบัติงานในทุกสถานการณ์ หากมีเหตุการณ์ ผิดปกติให้รายงานผู้บริหารทันที และให้ ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมการเปิดศูนย์ ปฎิบัติการฯ สามารถปฎิบัติงานได้ภายใน 120 นาทีเมื่อได้รับการสั่งการ
สำหรับในกรุงเทพฯ ขณะนี้ประชาชนเข้าไปอยู่ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง รอร่วมงานพระราชพิธีฯ รวมทั้งในจุดวางดอกไม้จันทน์ ในการดูแลสุขภาพประชาชนในระหว่างรองานพระราชพิธีฯ จากสภาพอากาศที่ร้อนสลับกับฝนตก อาจทำให้ประชาชนเสี่ยงเจ็บป่วยง่าย
โดยเฉพาะ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก 3 โรคที่พบได้บ่อยจากการประเมิน ของกรมควบคุมโรค คือ ไข้หวัด ท้องเสีย และลมแดด กระทรวงฯได้จัดทีมแพทย์ เดินเท้าพร้อมยาและเวชภัณฑ์จำเป็น กระจาย อยู่ทุกๆ 20 เมตร ทำงานเชิงรุกเข้าไปประเมินความเจ็บป่วย หากพบเจ็บป่วย เล็กน้อยจะให้ยาบรรเทาอาการเบื้องต้น หากอาการรุนแรงให้พามาพักที่จุดปฐมพยาบาล
"ขอให้ประชาชนเตรียมร่างกาย จิตใจให้พร้อมเข้าร่วมงานพระราชพิธีสำคัญในครั้งนี้ พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมของใช้ประจำตัวที่จำเป็น รวมทั้งยาที่ใช้ประจำ หากเจ็บป่วยฉุกเฉินให้แจ้งทีมแพทย์หรือทีม จิตอาสาเฉพาะกิจด้านการแพทย์ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ โดยให้สังเกตที่ปลอกแขนสีขาว มีกากบาทสีเขียว หรือโทรแจ้งสายด่วน 1669 สายด่วนสุขภาพจิต 1323"
ขณะที่รัฐบาลจัดเตรียมจุดบริการทางการแพทย์ไว้ 3 จุดใหญ่ ได้แก่ บริเวณสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณลานเมือง บริเวณสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ซึ่งแต่ละจุดมีหน่วยบริการย่อยกระจายอยู่ตามพื้นที่ 1.บริเวณสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เดิมมี 3 จุด คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม,ใกล้หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร และหน้าวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
2.บริเวณลานเมือง ตั้งอยู่ใกล้กับเสาชิงช้า, วัดมหรรณพาราม วรวิหาร และบริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
3. บริเวณสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง มีทั้งหมด 20 จุด คือ
- สนามหลวงทางทิศเหนือ 5 จุด ได้แก่ บริเวณใกล้ถนนหน้าพระธาตุ 4 จุด และจุดที่อยู่ติดกับถนนราชดำเนินกลางใกล้กับหัวโค้งวัดบุรณศิริมาตยาราม
- บริเวณทางทิศตะวันออกของ สนามหลวง 5 จุด
โดยจุดแรกอยู่บริเวณวัดบุรณศิริมาตยาราม จุดที่ 2 อยู่บริเวณจุดตัดถนนราชินี จุดที่ 3 - 5 ถูกจัดตั้งไว้รอบข้างสนามหลวงใกล้กับถนนหน้าหับเผยและถนนหลักเมือง
ส่วนจุดบริการ หน่วยแพทย์ที่อยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ในจุดแรก จะอยู่ด้านหน้าของพระบรมมหาราชวังติดกับถนนหน้าพระลาน จุดที่สอง อยู่บริเวณท่าเรือท่าช้างหรือหัวมุมถนนหน้าพระลาน
จุดที่สามและจุดที่สี่จะอยู่ใกล้กับ สวนนาคราภิรมย์หรือท่าเรือท่าเตียน จุดสุดท้ายจะอยู่ทางด้านทิศใต้ของพระบรมมหาราชวังหรือถนนท้ายวัง