พอเพียงอย่างพอใจ : สัจจะอธิษฐาน เพื่อพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

พอเพียงอย่างพอใจ : สัจจะอธิษฐาน เพื่อพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เป็นที่น่าภูมิใจและยินดียิ่ง ที่ได้เห็นพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกสารทิศ ทุกแห่งหนบนโลกใบนี้ ร่วมจิตร่วมใจแสดงออกความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ในการน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสูสวรรคาลัย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมรับเสด็จฯริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศต่างๆ

การร่วมถวายดอกไม้จันทน์ในสถานที่ต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐอำนวยความสะดวกให้ทั่วประเทศ และการร่วมถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวที และความมุ่งมั่นที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรมตามกระแสพระราชดำรัส

ภาพแต่ง 3_๑๗๑๐๒๖_0007 ส่วนตัวผมและครอบ ครัวได้เดินทางไปร่วมงานบำเพ็ญกุศล ปฏิบัติธรรม น้อมส่งเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นที่ราชนาวิกสภา กองทัพเรือโดยมีพระอาจารย์อารยวังโส เจ้าอาวาส วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย จ.ลำพูน เป็นองค์ประธานนำปฏิบัติธรรม

ขอขอบพระคุณกัลยาณ-มิตรและสหายธรรมอย่างเช่น คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ และ คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ให้เกียรติที่เชิญและอนุเคราะห์ต่างๆ

ในงานพระอาจารย์ อารยวังโส ได้เทศนาธรรมและนำสวดมนต์ภาวนา ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นคืนวันที่ 26 ตุลาคม ถึง 6 โมงเช้า วันที่ 27 ตุลาคม นับเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับนักปฏิบัติทั่วไป หากแต่ความจริงที่ปรากฏ ผมและสหายธรรมอีกกว่า 300 ชีวิตมิได้เหน็ดเหนื่อยแม้แต่นิด เพราะเราทุกคนทำด้วยใจที่รักและเทิดทูลพระองค์ท่าน

ภาพแต่ง 3_๑๗๑๐๒๖_0012 ระหว่าง 12 ชั่วโมงที่มีคุณค่านั้น พวกเราได้ร่วมเขียนคำกล่าวกตัญญูกตเวทิตาคุณและถวายสัจจะอธิษฐานขออุทิศเป็นกุศล แบบส่วนตัวของใครของมัน…

 “สัจจะอธิษฐาน” คือการตั้งใจมั่นที่จะทำสิ่งที่ยากให้สำเร็จ และอธิษฐานไม่ใช่การอ้อนวอนขอ แต่เป็นการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง โดยผู้ที่จะตั้งสัจจะอธิษฐานให้สำเร็จได้นั้น พึงมีธรรมที่ควรตั้งมั่นไว้ในใจ 4 ประการ คือ

“ปัญญา” คือ ความรู้ชัด หยั่งรู้ในเหตุผล พิจารณาให้เข้าใจในสภาวะของสิ่งทั้งหลายจนเข้าถึงความจริง

“สัจจะ” คือ ความจริง คือการดำรงมั่นในความจริงที่รู้ชัดด้วยปัญญา เริ่มตั้งแต่วาจาจนถึงปรมัตถสัจจะ

“จาคะ” คือ การสละจากสิ่งอันเคยชิน ข้อที่เคยยึดถือไว้ รวมทั้งสิ่งทั้งหลายอันผิดพลาดจากความจริงเสียได้ เริ่มตั้งแต่ละอามิสจนถึงละกิเลส

“อุปสมะ” คือ ความสงบระงับโทษข้อขัดข้องมัวหมองวุ่นวายอันเกิดจากกิเลสทั้งหลาย และทำจิตให้สงบได้ เพียงเราไม่ประมาทจากความรู้ชัด ดำรงมั่นในความจริง ยอมสละความเคยชินที่ยึดไว้ จนเข้าถึงความสงบ เมื่อนั้นพลังอธิษฐานจะเป็นความศักดิ์สิทธิ์ด้วยการกระทำของเราเอง

ดังนั้นท่านผู้ใดที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ หรือตั้งสัจจะอธิษธานต่อพระองค์ท่านแล้ว ควรมุ่งมั่นดำเนินตามสิ่งที่ตนได้ตั้งจิตไว้ เพราะหากพลาดพลั้งเผลอไป กุศลที่ควรได้อาจจะกลายเป็นบาปกรรมที่ต้องชดใช้ในภายภาคหน้า

เราคนไทยต้องอย่าให้ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะปฏิบัติความดีนี้ เป็นเพียงกระแสสังคมชั่วครั้งคราวดั่งจริตเดิมของคนไทยที่ฮิตอะไร ทำอะไร ก็เห่อตามกันเป็นพักๆ

ในอนาคต ชีวิตคนเราจะมีสิ่งท้าทายมากมายหลายครั้ง ที่เราแต่ละบุคคลจะต้องเผชิญและตัดสินใจ ขอทุกท่านจงมีสติ หมั่นเพียรระลึกถึงและยึดถือแบบอย่างที่น่าชื่นชมจากพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่านทรงมี “สัจจบารมี” และ “อธิษฐานบารมี” เป็นที่ตั้งเสมอมา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกอบ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกอบ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493

ดั่งเช่นที่พระองค์ท่านทรงมีพระราชสัตยาธิษฐานครั้งเมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ว่า

1508913189474-1 และแม้จะยากลำบากเพียงใด ตลอดเวลา 70 ปี 4 เดือน ที่ครองราชย์ พระองค์ทรงปฏิบัติตามคำปฏิญญาของพระองค์เพื่อผดุงความสุขแก่มหาชนชาวสยาม และทรงงานช่วยเหลือประชาชนตลอดมา

คอลัมน์ : พอเพียงอย่างพอใจ / หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3310  ระหว่าง วันที่ 2-4 พ.ย.2560

related