
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รอง ผบ.ตร.เดินทางไปยังบริเวณโป๊ะท่าน้ำวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อตรวจความพร้อมตามแผนการรักษาความปลอดภัยและดูแลนักท่องเที่ยวเทศกาลลอยกระทง พร้อมกำชับแนวนโยบายการรักษาความปลอดภัยตามมาตรการ "3 ห้าม 3 ควร 3 ไม่" ณ ท่าน้ำวัดอรุณฯ ซึ่งเป็นจุดลอยกระทงที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก และเดินรณรงค์แจกเอกสารแนะนำการปฏิบัติแก่พี่น้องประชาชนในบริเวณใกล้เคียง โดยจะมีการแถลงข่าวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้เข้าถึงนักเที่ยวชาวต่างชาติ
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นห่วงประชาชนที่จะออกมาลอยกระทง จึงได้ออกมาตราการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยใช้หลัก 3 ห้าม 3 ควร 3 ไม่ และ 3 ระวัง
3 ห้ามประกอบด้วย
-ห้ามเล่นดอกไม้เพลิง พลุประทัด โคมลอย ในลักษณะเดือดร้อนก่อความรำคาญ หรืออาจเกิดอันตราย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ
-ห้ามยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันควร ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
-ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่ หรือโดยสารบนรถ ฝ่าฝืนมีโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ม.42 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3 ควร ประกอบด้วย
-ควรระมัดระวัง การใช้บริการโป๊ะ ท่าเทียบท่าเรือ โดยเฉพาะที่ที่มีคนมากๆ
-ควรกำชับบุตรหลานให้ระมัดระวังการถูกหลอกไปทางมิชอบ
-ควรรื่นเริงบนพื้นฐานของการสืบสานประเพณีไทย
3 ไม่ ประกอบด้วย
- ไม่ควรแต่งกายล่อแหลมต่อมิชาชีพ
- ไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเที่ยวงานตามลำพัง
- ไม่ควรไปเที่ยวในสถานที่อโคจร มั่วสุม
นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือสถานบริการโรงแรมต่างๆ ห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าไปใช้บริการ ขณะเดียวกัน สตช.จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกบริการดูแลประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานสืบสานประเพณีวันลอยกระทงในครั้งนี้ หากพบว่า มีการผิดกฎหมายสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทุกสถานีในท้องที่ที่เกิดเหตุการณ์