
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เพื่อยึดและขยายดินแดนอำนาจการปกครองของตนให้กว้างใหญ่ไพศาล แสดงออกให้โลกรู้ถึงอำนาจบารมีและอำนาจของตน ที่สามารถแผ่อำนาจปกครองแว่นแคว้นต่างๆ ยิ่งมีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล มีกำลังคนเข้ามาสวามิภักดิ์มากมายยิ่งกว่าอาณาจักรอื่นๆเพียงใด ก็เป็นเครื่องแสดงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของตน นี่คือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ในอดีตที่ผ่านมา
โลกยุคก่อนคริสต์ศักราชนับร้อยปี เราทุกคนคงได้ฟังเรื่องราวของ กาลิอุส ยูลิอุส ไกซาร์ (ลาติน:CAIVS/GALIVS IVLIVS CAESAR) หรือ จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar) ที่เป็นทั้งรัฐบุรุษ แม่ทัพ ที่มีบทบาทสำคัญในการปกครองสาธารณรัฐโรมัน สร้างความเจริญแก่จักรวรรดิโรมันในยุค 60 ปีก่อนคริสต์ศักราช ขยายอำนาจไปถึงฝรั่งเศส สเปน และดินแดนแอฟริกา แต่มีอำนาจมากก็สร้างศัตรูมาก ทำลายชีวิตผู้คนมาก สุดท้ายก็จบชีวิตลงด้วยการถูกลอบสังหารจากลูกเลี้ยงของตนคือ “มาร์คุส จูนิอุส บรูตุส” ด้วยคมดาบที่ปักทะลุคอ ล้มลงขาดใจตายจมกองเลือด
มาถึงโลกยุคปัจจุบัน การรุกรานและล่าดินแดนหรือล่าอาณานิคมทางการเมือง การปกครอง และทางเศรษฐกิจ ก็เปลี่ยนร่างแปลงโฉมไป มหาอำนาจที่มีพฤติกรรมในลักษณะรุกราน ขยายอิทธิพลไปทั้งโลกขณะนี้ที่มองเห็นโฉมหน้าอย่างเปิดเผย ก็คือพันธมิตรระหว่างอเมริกากับอังกฤษที่เหนียวแน่น โดยพยายามอาศัยความร่วมมือกับยุโรป และประเทศในเอเชีย ตะวันออกกลาง บางประเทศเป็นแนวร่วม ความวุ่นวายและสงครามทั้งโลกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ต้องมีอเมริกาและอังกฤษเข้าไปเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น ยังดีที่โลกขณะนี้มีจีนกับรัสเซีย เป็นประเทศคอยคานอำนาจถ่วงดุล และประเทศอื่นๆต่างรู้ไส้รู้พุงมหาอำนาจอเมริกา จึงไม่ยอมหลงกลตกเป็นเครื่องมือ
ความเจริญมั่นคง ยั่งยืนและเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นของความเป็นชาติไทย ภายใต้การปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ที่มีความต่อเนื่องยาวนานมานับหลายร้อยปี หรือหากนับย้อนไปถึงยุคสุโขทัย อยุธยา ก็นับได้เป็นพันปี ที่ประเทศไทย คนไทยผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งหากจะกล่าวความจริงตามประวัติศาสตร์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระบบสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เข้มแข็งต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ในขณะที่ยุโรปที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตดังที่กล่าวมาและในเอเชียหลายประเทศต่างล่มสลายหมดแล้ว ที่มีและเหลืออยู่ก็มิได้เข้มแข็งและมีบทบาทในทางการเมือง การปกครอง ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม หรือเป็นศูนย์รวมทางจิตใจ เป็นจุดรวมทางจิตวิญญาณของคนในชาติเยี่ยงพระมหากษัตริย์ของไทยแต่อย่างใดไม่
มหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชน พสกนิกรทั้งหลายว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ ด้วยทุ่มเทพระวรกายทรงงานหนักตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ ด้วยโครงการพระราชดำริน้อยใหญ่ร่วม 5,000 โครงการ ได้เปลี่ยนชีวิตและสร้างความอยู่ดีกินดี แก้ปัญหาความยากจนแร้นแค้นของประชาชนแล้ว ยังได้ทรงค้นคิดประดิษฐ์หลายสิ่งหลายอย่างทิ้งไว้ให้เป็นมรดกแก่พสกนิกรชาวไทย ที่รวมเรียกว่า “ศาสตร์พระราชา” จะเป็นเรื่องใดบ้างก็สุดจะพรรณา
โครงการพระราชดำริและแนวทางที่พระมหากษัตริย์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้สร้างทำไว้ให้แก่ประชาชนชาวไทย ยังได้เป็นต้นแบบให้แก่ชาวโลก และยังได้แผ่พระบารมีแบบไร้พรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างลาว กัมพูชา ภูฏาน หรือติมอร์ และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกนำไปเป็นแนวทางได้อีกด้วย พระองค์จึงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ในทางสร้างสรรค์และพัฒนา โดยมิได้ใช้อำนาจและกำลังไปรุกรานขยายอำนาจและดินแดนเยี่ยงอดีต เพราะพระมหากรุณา ธิคุณเป็นล้นพ้นต่อชาวไทย ความเป็นมหาราชและความยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ จึงอยู่ในใจประชาชนชั่วนิรันดร์
คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน /หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3310 ระหว่างวันที่ 2-4 พ.ย.2560