
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
พรรคการเมืองอื่นยังไม่แน่นอนว่าจะเดินเข้าสู่ “ถนนแห่งการเลือกตั้ง” ด้วยพรรคตนเองหรือการควบรวมที่มี “บิ๊กสีเขียว”บางคนอยู่เบื้องหลังเพื่อกวาดต้อน “นักเลือกตั้ง” ให้มาอยู่ในค่ายคูให้มากที่สุด เพื่อสู้กับ 2 พรรคการเมืองใหญ่ในการสร้างความชอบธรรมผลักดัน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯคำรบ 2 หลังการเลือกตั้งได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ พรรคเพื่อไทย และ ประชาธิปัตย์ ยังคงอยู่ในสถานะพรรค การเมืองใหญ่ในการเลือกตั้งระบบใหม่ที่กำลังจะมาถึง
แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทย จะต้องถูก “บอนไซ” ด้วยระบบเลือกตั้งใหม่ และกฎหมายว่าด้วยพรรค การเมืองและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง รวมทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่ ที่การฝ่าด่านอรหันต์มาเป็นผู้แทนราษฎรคราวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่คนในแวดวง “นักเลือกตั้ง” รู้ดีว่าอาจจะมีคนจากเพื่อไทยย้ายค่ายออกบ้าง
แต่ยังไม่คิดว่ามากมายนัก ความไม่ชัดเจนเรื่องผู้นำพรรคเป็นอีกประเด็นที่ทำให้ “นักเลือกตั้ง” ในสังกัดขบคิด จะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่เพิ่งหกล้มด้วย “อุบัติเหตุแห่งตน” หรือจะเป็นชายจืด สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ว่ากันว่าถูกวางตัวให้เป็นมือประนีประนอมกับขุนทหาร หรือจะมีคน “เซอร์ไพรส์” จากดูไบ ก็สุดจะประเมินได้ แต่ความไม่ชัดเจนอาจจะเป็นเหตุทำให้พรรคเพื่อไทย “เหนื่อย” กับการเลือกตั้งในครั้งนี้
ส่วนประชาธิปัตย์ ที่รํ่าลือว่าพรรคจะแตกด้วยการแยกตัวของก๊วนลุงกำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ฟันธงนาทีนี้ว่า ไม่มีแยกตัวเพราะประวัติศาสตร์การเมืองพรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกคนสำคัญแยกไปตั้งพรรค หาพบกับความสำเร็จไม่ ดังเช่นการตั้งพรรคประชาชนของ วีระ มุสิกพงศ์ หรือการตั้งพรรคมหาชน ของเสธ.หนั่น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ก็ต้องพังพาบไปในที่สุด
……………….............
คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ / หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3310 ระหว่างวันที่ 2-4 พ.ย.2560