
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
คณะกรรมการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯหรือ House Intelligence Committee เผยโฆษณาชวนเชื่อหรือข่าวปลอมที่รัสเซียเป็นผู้สร้างขึ้น โดยใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook เป็นช่องทางในการเผยแพร่ เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
Facebook เปิดเผยว่า พบโฆษณาชวนเชื่อหรือข่าวปลอมในลักษณะนี้อยู่บน Facebook มากกว่า 3,000 ชิ้นและสามารถเชื่อมโยงได้ถึงรัฐบาลรัสเซีย โฆษณาชวนเชื่อหรือข่าวปลอมแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯจะถูกออกแบบมาให้มีภาพและเนื้อหาส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกในสังคมอเมริกันจากประเด็นอ่อนไหวต่างๆเช่น เรื่องเชื้อชาติ เหยียดผิว อาวุธปืน และการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม (ชมคลิปโฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมที่พบใน Facebook)
ขณะที่ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียปฏิเสธตลอดมาว่า รัสเซียไม่เคยแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ รัสเซียไม่เคยใช้การเจาะระบบหรือวิธีอื่นใดแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯเพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง แต่เชื่อว่าอาจเป็นฝีมือของแฮกเกอร์ซึ่งอาจอยู่ที่ใดก็ได้ในรัสเซีย
คณะกรรมการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯบอกว่า โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตัน 2 ผู้สมัครจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึงกระทบต่อนายเบอร์นี่ แซนเดอร์ส คู่แข่งของนางฮิลลารี ในการคัดเลือกตัวแทนจากพรรคเดโมแครตเข้าชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดี
[caption id="attachment_133958" align="aligncenter" width="572"]
ด้าน Facebook ระบุว่า โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมเผยแพร่ต่อเนื่องระหว่างปี 2015 ถึง 2017 เข้าถึงชาวอเมริกันมากถึง 150 ล้านคน และมีผู้คลิ๊กเข้าชมอย่างต่ำ 11 ล้านคน โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมจากรัสเซียเหล่านี้จึงมีผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯซึ่งคณะกรรมการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน โดยได้รับความร่วมมือจากสื่อสังคมโซเชียลเป็นอย่างดี