
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
“พาราไดซ์เปเปอร์ส”คือจำนวนเอกสารมากมายมหาศาลมากถึง 13,400,000 ฉบับ ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 - 2016 ที่ถูกนำมาเปิดเผยแบบสั่นสะเทือนโลกอีกครั้งโดยสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (ICIJ) ซึ่งจากเอกสารเหล่านี้ พบว่ามีองค์กรระดับโลก ผู้นำประเทศ และผู้มีชื่อเสียง นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อช่วยหลบเลี่ยงภาษีในประเทศของตัวเอง
โดยรายชื่อบุคคลที่พบในพาราไดซ์เปเปอร์ส มีนายวิลเบอร์ รอส รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐฯ / นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ / ประธานาธิบดีโคลัมเบีย นายฮวน มานูแอล ซานโตส / อดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดาถึง 3 คน / ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีแคนาดา จัสติน ทรูโด / และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษ รวมอยู่ด้วย
[caption id="attachment_135268" align="aligncenter" width="716"]
[caption id="attachment_135276" align="aligncenter" width="719"]
ในพาราไดส์เปเปอร์สแสดงหลักฐานที่บ่งชี้ว่า พระราชทรัพย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จำนวน 10 ล้านปอนด์ หรือราว 450 ล้านบาทไปลงทุนอยู่ในบริษัทในต่างประเทศ อีกทั้งสำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์ได้นำเงินมูลค่า 500 ล้านปอนด์ หรือราว 22,500 ล้านบาท ไปลงทุนในกองทุนที่เกาะเคย์แมนและเบอร์มิวดา
[caption id="attachment_135278" align="aligncenter" width="725"]
เอกสารพาราไดส์เปเปอร์สพบการรั่วไหลมาจากบริษัทกฏหมายแอปเปิ้ลบี ซึ่งมีสาขาในเกาะเคย์แมน เกาะบริทิชเวอร์จิ้น และเบอร์มิวด้า ซึ่งบริษัทแอปเปิ้ลบีระบุว่า เป็นเอกสารที่ถูกโจรกรรมทางไซเบอร์เมื่อปีที่แล้ว และเอกสารที่ถูกโจรกรรมออกไป มีเนื้อหาที่ไม่ใช่สิ่งผิดกฏหมาย
อย่างไรก็ดี หลังข่าวนี้เผยแพร่ออกไป แม้ว่าข้อมูลยืนยันว่า การลงทุนต่างๆที่ระบุว่า เป็นการนำเงินไปลงทุนในประเทศที่ช่วยหลบเลี่ยงภาษีในประเทศของตัวเองได้ การลงทุนในลักษณะนี้ไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีการระบุว่า สมเด็จพระราชินีฯไม่ได้ทรงจ่ายภาษี แต่คำถามที่ตามมาคือในเรื่องของ “ความเหมาะสม” เสียมากกว่า
พาราไดซ์เปเปอร์ เปรียบเสมือน ปานามา เปเปอร์ ชุดที่ 2 ที่เมื่อราว 1 ปีครึ่งที่แล้ว สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศได้เปิดเผยเอกสารปานามาเปเปอร์ ที่รั่วไหลมาจากบริษัทกฏหมายมอสแซค ฟอนเซกา ซึ่งมีรายชื่อผู้ที่นำเงินไปลงทุนในประเทศที่ช่วยหลบเลี่ยงภาษีในประเทศของตัวเองได้ รวมรายชื่อคนไทยด้วย 21 คน.