
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
สหประชาชาติ ย้ำ รัฐบาลเมียนมาให้ยุติความรุนแรงจากการตอบโต้ของทางทหาร ขณะที่คลื่นผู้อพยพชาวโรฮิงญายังคงวิกฤต หลังชาวโรฮิงญาทะลักเข้าไปในบังกลาเทศแล้ว กว่า 600,000 คน
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ออกโรงกระตุ้นรัฐบาลเมียนมาเมื่อวานนี้ให้ยุติการใช้กำลังทหารในรัฐยะไข่ พื้นที่ทางตะวันตกของเมียนมา หลังเหตุความรุนแรงระหว่างกองทัพรัฐบาลเมียนมาและกองกำลังติดอาวุธโรฮิงญา ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ มีชาวโรฮิงญาอพยพข้ามฝั่งไปยังบังกลาเทศแล้วกว่า 600,000 คน
ขณะที่ รัสเซีย, จีน, อังกฤษและฝรั่งเศส เร่งผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงมีมติเกี่ยวกับแผนสันติภาพ สำหรับสถานการณ์ในรัฐยะไข่โดยเร็วที่สุด หลังสถานการณ์ในรัฐยะไข่สร้างความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทารุณกรรมชาวโรฮิงญา
สำหรับเหตุปะทะที่ยืดเยื้อนานมากว่า 10 สัปดาห์ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการรับมือของผู้นำเมียนมาอย่างกว้างขวาง โดยสหประชาชาติ ระบุว่า การใช้กำลังทหารของรัฐบาลเมียนมาเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา ขณะที่เมียนมาออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมระบุว่า เมียนมากำลังพยายามปราบปรามกลุ่มติดอาวุธในประเทศเพียงเท่านั้น
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ออกโรงกระตุ้นรัฐบาลเมียนมาเมื่อวานนี้ให้ยุติการใช้กำลังทหารในรัฐยะไข่ พื้นที่ทางตะวันตกของเมียนมา หลังเหตุความรุนแรงระหว่างกองทัพรัฐบาลเมียนมาและกองกำลังติดอาวุธโรฮิงญา ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ มีชาวโรฮิงญาอพยพข้ามฝั่งไปยังบังกลาเทศแล้วกว่า 600,000 คน
ขณะที่ รัสเซีย, จีน, อังกฤษและฝรั่งเศส เร่งผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคง มีมติเกี่ยวกับแผนสันติภาพสำหรับสถานการณ์ในรัฐยะไข่โดยเร็วที่สุด หลังสถานการณ์ในรัฐยะไข่สร้างความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทารุณกรรมชาวโรฮิงญา
สำหรับเหตุปะทะที่ยืดเยื้อนานมากว่า 10 สัปดาห์ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการรับมือของผู้นำเมียนมาอย่างกว้างขวาง โดยสหประชาชาติ ระบุว่า การใช้กำลังทหารของรัฐบาลเมียนมาเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา ขณะที่เมียนมาออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมระบุว่า เมียนมากำลังพยายามปราบปรามกลุ่มติดอาวุธในประเทศเพียงเท่านั้น