
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งของจีนแล้ว โดยทรัมป์จะเยือนจีนเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งจีนเป็นจุดหมายปลายทางที่ 3 ของการเยือน 5 ประเทศเอเชียได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ตามลำดับ ขณะที่สื่อทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงการเดินทางเยือนเอเชียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาทั้งสิ้นรวม 11 วัน และจะเป็นการเยือนเอเชียที่ยาวนานที่สุดของผู้นำสหรัฐฯในรอบ 25 ปี
แน่นอนที่สุดประเด็นสำคัญที่จะมีการพูดคุยหารือระหว่างทรัมป์และนายสี จิ้น ผิง ผู้นำจีนคือ เรื่องความมั่นคงและการค้า โดยประเด็นความมั่นคงคือ สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ขณะนี้ตึงเครียดมากขึ้นจากโครงการนิวเคลียร์และการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
สำหรับกำหนดการเยือนจีนนั้น ทรัมป์จะเดินทางไปเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งพร้อมกับประธานาธิบดีสีและภริยา หลังจากนั้นจะรับประทานอาหารค่ำร่วมกันที่พระราชวังเจียนซู ซึ่งทรัมป์จะเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่มีโอกาสได้รับประทานอาหารค่ำอย่างเป็นทางการในพระราชวังเจียนซู นับตั้งแต่มีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี ค.ศ. 1949
[caption id="attachment_136456" align="aligncenter" width="561"]
ขณะที่สื่อทั่วโลกต่างจับตาว่า การพบกันระหว่างทรัมป์และสี จิ้น ผิง อาจจะเป็นการช่วงชิงบทบาท ใครจะได้เปรียบหรือใครจะเสียเปรียบ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ทรัมป์กำลังอยู่ในสภาวะที่ยุ่งยาก มีคะแนนความนิยมต่ำที่สุดในบรรดาผู้นำสหรัฐฯในรอบ 7 ทศวรรษ อีกทั้งทีมงานหาเสียงของทรัมป์ยังเอี่ยวสมรู้ร่วมคิดกับรัสเซียในช่วงการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯเมื่อปีที่แล้วอีกด้วย สถานการณ์ที่ลำบากของทรัมป์นี่เอง ที่ทำให้จีนยิ่งมีความมั่นใจสูงขึ้นว่า “เวลาของจีนมาถึงแล้ว”
แต่ทรัมป์จะไม่มองเช่นนั้น แม้ว่าการชนะเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต แม้เขาจะไม่ได้ชนะไปเสียทุกครั้ง แต่หากการเยือนจีนครั้งนี้ท่ามกลางความวุ่นวายรอบตัว หากทรัมป์สามารถนำบางอย่างจากการเจรจาธุรกิจกับจีนติดไม้มือกลับมาสหรัฐฯด้วยได้ ก็ถือว่าเป็นชัยชนะที่มีความหมายต่อเขาเป็นพิเศษแล้ว ติดตามการวิเคราะห์ "จับตาทรัมป์พบสี จิ้นผิง สองผู้นำช่วงชิงบทบาท" ได้จากรายงานพิเศษ