Breaking ข่าว

“วัดร่องเสือเต้น” สวยงามแปลกตา ด้วยศิลปะประยุกต์

 

ในปัจจุบันที่วัดร่องเสือเต้น ชุมชนร่องเสือเต้น ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ได้มีการก่อสร้างพระวิหารหลังใหม่ภายในวัดซึ่งมีศิลปะที่มีความสวยงามแปลกตาด้วยศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะโดยใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้า อย่างไรก็ตามพบว่ารูปแบบของศิลปะส่วนหนึ่งมีความคล้ายกับผลงานของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และอาจารย์ถวัลย์ ดัชนีย์ สองศิลปินแห่งชาติชื่อดังชาวเชียงรายที่รังสรรค์ผลงานอยู่ที่วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย และบ้านดำ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย อยู่ด้วย โดยเฉพาะพระวิหารตั้งแต่ผลงานประติมากรรมพญานาคที่ใช้เฉดสีเดียวกันนั้นมีความชดช้อยและลวดลายแตกต่างจากประติมากรรมทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่ภายในนอกจากจะมีลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกันยังมีผลงานจิตรกรรมที่เป็นภาพวาดฝาพนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติหน้าพระประธานเป็นพระสิงห์หนึ่งสีขาว สูง 6.50 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร เมื่อสอบถามถึงที่มาของผลงานทางศิลปะดังกล่าวรังสรรค์ผลงาน โดยนายพุทธา กาบแก้ว หรือสล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงรายซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัยและเคยทำงานสร้างวัดร่องขุ่นเมื่อหลายปีก่อนด้วย โดยพระวิหารแห่งนี้นายพุทธาให้นิยามว่าเป็นทิพยสถานคือเป็นการสรรเสริญพระพุทธเจ้าทั้งในรูปแบบของประติมากรรมและจิตรกรรม เมื่อคนเข้าไปมีจิตใจดีก็จะรักษาศีลก่อให้เกิดสมาธิและปัญญาตามมา

นายพุทธา กล่าวว่าสำหรับศิลปะที่ใช้ก่อสร้างวัดร่องเสือเต้นเรียกว่าเป็นศิลปะประยุกต์ ซึ่งตนได้ศึกษาร่ำเรียนมาตั้งแต่อยู่กับอาจารย์เฉลิมชัยและเคยเข้าไปทำงานที่วัดร่องขุ่น โดยจะสังเกตุเห็นได้จากลวดลายต่างๆ ที่พริ่วไหวนั้นตนได้จากการเรียนรู้จากอาจารย์แต่ของอาจารย์จะใช้โทนสีขาวและมีการใช้กระจกแต่ของตนจะดัดแปลงมาเป็นการใช้สีน้ำเงินฟ้าแทนเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันที่วัดร่องขุ่นนั้นอาจารย์เฉลิมชัย จะมีความรู้ความสามารถมาก โดยสามารถทำเป็นลวดลายที่ละเอียดมากภายใต้ปริมาตรที่เยอะซึ่งเราคงไม่ถึงขั้นนั้น ดังนั้นจึงได้ใช้การกรีดลายให้พริ้วไหวและบางจุดก็ใช้การประยุกติ์ให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกันกรณีของส่วนที่เป็นอวัยวะที่เป็นฟันพญานาคนั้นตนจะนำมาจากผลงานของอาจารย์ถวัลย์ด้วย โดยอาจารย์ถวัลย์จะมีความโดดเด่นเรื่องเขาและงาที่โค้งงอสวยงามตนก็ทำให้มีความแหลมมากขึ้น ผมยังอาศัยคำสอนจากอาจารย์เฉลิมชัยที่พร่ำสอนว่าการที่จะทำงานให้พระพุทธศาสนานั้นจะต้องขยัน เอาใจใส่ และมีจิตนาการมากกว่าคนอื่นจึงจะประสบความสำเร็จ ผมจึงได้รังสรรค์ผลงานนี้เพื่อเป็นการสรรเสริญอาจารย์ไปพร้อมๆ กันด้วย” นายพุทธา กล่าว