
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ปัจจุบัน ประชากรบนโลกจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมติดโทรศัพท์มือถืออย่างหนัก ซึ่งโรคนี้เรียกว่า “โนโมโฟเบีย No-mobile-phobia โรคกลัวการห่างจากโทรศัพท์มือถือ” บราซิลเป็นประเทศตัวอย่างหนึ่งที่ประชาชนจำนวนมากติดโทรศัพท์จนส่งผลกระทบทางลบต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการงาน การเรียน และความสัมพันธ์ส่วนตัว จึงมีสถาบันทางจิตวิทยาเปิดตัวขึ้นที่เมืองริโอเดจาเนโร เพื่อรักษาอาการของโรคโนโมโฟเบียโดยเฉพาะ
สถาบันทางจิตวิทยาแห่งนี้มีชื่อว่า ดีลีท รักษาผู้ป่วยโรคโนโมโฟเบียมาแล้วกว่า 800 คน มีตั้งแต่เด็กวัยรุ่นติดเกม ผู้ใหญ่ที่ติดมือถือจนต้องหย่ากับคู่สมรส หรือกระทั่งพนักงานบริษัทที่ถูกไล่ออกเพราะเล่นโซเชียลมีเดียมากเกินไป
แอนนา ลูเซีย คิง นักจิตวิทยาจากคณะจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยริโอเดจาเนโรระบุว่า ถ้าคุณมีพฤติกรรมและอาการเหล่านี้ แสดงว่าคุณมีอาการเสพติดเทคโนโลยี ที่เรียกว่าโรคโนโมโฟเบีย
1.ลืมมือถือไว้ที่บ้าน และต้องกลับไปเอา
2.รู้สึกเป็นทุกข์ กังวล เครียด เมื่อไม่มีโทรศัพท์ หรือไม่ได้เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์
3.มีโทรศัพท์หลายเครื่อง เพราะกลัวเครื่องที่ใช้ประจำจะพัง
4.มีแบตเตอรี่หลายก้อน มีพาวเวอร์แบงค์หลายตัว
5.ถ้าโทรศัพท์ไม่ดัง จะต้องเช็คโทรศัพท์ เช่น โทรจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่ง เพื่อดูว่าเครื่องทำงานเป็นปกติมั้ย
6.ถ้าไม่มีคนอ่านข้อความที่ส่งไป จะรู้สึกไม่ดี เครียด และเริ่มส่งข้อความไปมากขึ้น
นี่คือสัญญาณที่บอกว่า คุณติดโทรศัพท์มือถือในขั้นต้องพบแพทย์แล้ว และแพทย์จะมีวิธีการรักษาอย่างไร ติดตามได้จากรายงาน
ขอบคุณภาพจาก proyectopuente.com.mx