การเมือง

อสส.มีมติรื้อ 2คดี “ทักษิณ” ยื่นศาลฎีกาแล้ว-ขอพิจารณาลับหลัง

วันที่ 21 พ.ย.60  นายวันชาติ สันติกุญชร โฆษกอัยการสูงสุด แถลงมติรื้อคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลัง พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ( วิ อม.) ได้มีการแก้ไขบทบัญญัติให้สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่มีตัวจำเลย(ลับหลัง)มีผลบังคับใช้แล้ว คณะทำงานพิจารณาสำนวนคดี ที่ดำเนินการโดย คตส. และ ป.ป.ช. ที่มีนายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ ริงอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงาน จึงได้ตรวจสอบคดีของอดีตนักการเมือง ที่อยู่ในคดี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วพบว่ามี คดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ยื่นฟ้งต่อศาลไว้แล้วสองสำนวน คือคดีที่กล่าวหาทุจริตออกกฎหมายแปลงสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต และ คดีร่วมทุจริตการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร

โดยทั้งสองคดีศาลได้สั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจากจำเลยหลบหนี และคณะทำงานได้มีความเห็นเสนอต่อ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ซึ่งเห็นพ้อง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เพื่อขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวทั้งสองสำนวน พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งดำเนินกระบวนพิจารณา คดีทั้งสองสำนวนต่อไป โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้านายทักษิณ จำเลย ตาม วิ อม.มาตรา28 ,69,70

ซึ่งวันนี้ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องแล้ว และหลังจากนี้ต้องรอฟังคำสั่งของศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร ส่วนการติดตามตัว นายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งสองที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีที่ศาลพิพากษาแล้วนั้น ยังไม่มีข้อมูลระบุว่าอยู่ที่ใด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

อย่างไรก็ตามหลังจากอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีลับหลังต่อไปนั้น นายทักษิณ สามารถแต่งตั้งทนายเข้ามาร่วมการพิจารณาในครั้งนี้ได้ ส่วนเรื่องพยานหลักฐานที่จะไต่สวนนั้นเป็นเรื่องในสำนวนคดี พร้อมย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตาม วิ อม. ใหม่ ซึ่งไม่ได้พุ่งเป้าว่าจะดำเนินการเฉพาะเจาะจงกับนายทักษิณ ขณะที่ ประเด็นในเรื่องอายุความ ทางคดีศาลก็เป็นประเด็นที่ศาลจะพิจารณาต่อไปด้วย