รองผบ.ตร.สั่งฟัน7ข้อหาหนักขบวนการปั้นแพะคดีครูจอมทรัพย์

รองผบ.ตร.สั่งฟัน7ข้อหาหนักขบวนการปั้นแพะคดีครูจอมทรัพย์

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

รอง ผบ.ตร. ตั้งคณะทำงาน 7 ชุด วางแนวทางเอาผิด ขบวนการสร้างหลักญานเท็จ”ครูจอมทรัพย์” จ่อเอาผิด 7 ข้อหาหนัก เป็นอั้งยี่ช่องโจร  พบผลประโยชน์จากการเงินชดเชยเยียวยาอาจสูงกว่า 10 ล้านบาท

พล.ต.อ.ดร.วิระชัย  ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยว่า  หลังมีการประชุมหารือ วางแนวทาง ร่วมกับ พล.ต.ต.ธนาชัย ฤทธิเดชไพบูลย์  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม  และคณะทำงานดำเนินคดีเอาผิด ขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์  โดยมีการสรุปวางแนวทางออกคำสั่งให้มีการตั้งคณะทำงานของพนักงานสอบสวน  เป็น 7 ชุด  ซึ่งระดมพนักงานสอบสวนจากพื้นที่ 3 จังหวัด สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร เพื่อพิจารณาดำเนินการเอาผิดกับบุคคลเกี่ยวข้อง ในขบวนการรับจ้างทำผิดแทน หลังมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รวมถึงพยาน ที่เกี่ยวข้อง ว่า มีขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์ ขึ้นจริง  มี นายสุริยา นวลเจริญ  หรือครูอ๋อง  เป็นผู้จัดตั้งขบวนการ  ในการว่าจ้าง นายสับ วาปี พร้อมพวก ไปรับผิดแทน ครูจอมทรัพย์ เพื่อให้พ้นผิด

[caption id="attachment_146964" align="aligncenter" width="951"] รองผบ.ตร.สั่งฟัน7ข้อหาหนักขบวนการปั้นแพะคดีครูจอมทรัพย์ สับ วาปี ผู้อ้างเป็นคนขับรถชน[/caption]

โดยพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 8 ราย   มี คนที่ 1นายสุริยา นวลเจริญ หรือ ครูอ๋อง  ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทครูจอมทรัพย์ และยังมีหลักฐานเป็นบุคคลสำคัญในการตั้งขบวนการรับจ้างทำผิดแทน  คนที่ 2 คือ นายสับ วาปี อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นคนที่ออกมายืนยันว่า เป็นคนขับรถชนตัวจริง  คนที่ 3 คือ  นางจัน  วาปี อายุ 59 ปี  ที่เป็นภรรยานายสับ วาปี คนที่ 4 คือ นายบุญเทิง วาปี อายุ 63 ปี  คนที่ 5 คือ นายเลิศ วาปี อายุ 66 ปี  คนที่ 6 คือ นางทัศนีย์  หาญพยัคฆ์ อายุ 61  ปี พยานที่ยืนยันว่าเห็นเหตุการณ์ มีคนขับรถชนเป็นชาย  คนที่ 7  คือ นายนิรันดร์  แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี    ซึ่งเป็นสามีของครูจอมทรัพย์ และคนที่ 8 คือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี  ซึ่งมีการดำเนินคดีในข้อหาหลัก คือ ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ   มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน นายสับ วาปี อายุ 61 ปี  เดินทางมารายงานตัว รับทราบข้อกล่าวหา  ซึ่งได้ให้การยืนยัน กับตำรวจว่า รับจ้างทำผิดจริง  ส่วนรายอื่นๆ ยังไม่มีการรายงานเข้ามา

[caption id="attachment_146966" align="aligncenter" width="944"] รองผบ.ตร.สั่งฟัน7ข้อหาหนักขบวนการปั้นแพะคดีครูจอมทรัพย์ ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร[/caption]

สำหรับการดำเนินคดี ได้วางแนวทางไว้ ทั้งหมด 7 ข้อหาหลัก  ประกอบด้วย แจ้งความเท็จ ในท้องที่เกิดเหตุ 3 แห่ง มี สภ.เรณูนคร สภ.นาโดน และ สภ.เมืองนครพนม  รวมเป็น 3 ข้อหา  ส่วนข้อหาที่ 4 คือ เบิกความเท็จ  ในชั้นไต่สวน 1 ข้อหา  และชั้นพิจารณา อีก 1 ข้อหา  ส่วนข้อหาที่ 6 คือ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ช่องโจร และข้อหาที่ 7 คือ ข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยทั้งหมด จะมีการมอบหมายให้ คณะทำงาน ทั้ง 7 ชุดดูแล พิจารณาตรวจสอบเอกสาร พยานหลักฐาน  ทั้งการให้การในชั้นพนักงานสอบสวน  รวมถึงการเบิกความต่อศาล  หากพบว่า บุคคลไหน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเชื่อมโยงว่าร่วมขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์ จะมีการพิจารณา แจ้งข้อหาแยกเป็นรายไป  ในแนวทาง 7 ข้อหาที่วางไว้  ซึ่งใครจะเข้าข่ายความผิดมากน้อย ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แต่ในขั้นต้นข้อหาหลักที่จะต้องดำเนินคดี คือ  ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนในข้อหาอื่นๆ จะต้องรอการสอบสวน พิจารณาเพิ่มเติมข้อกล่าวหา จากพยานหลักฐาน หลังผู้ถูกกล่าวหา มารายงานตัว รับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน

รองผบ.ตร.สั่งฟัน7ข้อหาหนักขบวนการปั้นแพะคดีครูจอมทรัพย์

ส่วนที่มาของการจัดตั้งขบวนการรับจ้างทำผิดแทน จากการสอบสวน พยาน และพฤติกรรม เชื่อมั่นว่า มาจากการหวังผลประโยชน์ เกี่ยวกับเงินชดเชยเยียวยา แก่ครูจอมทรัพย์  หลังพ้นโทษออกมา  หากมีการร้องทุกข์รื้อฟื้นคดีสำเร็จ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นแพะ ในคดีขับรถชนคนตาย จะสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย รวมถึงได้รับเงินชดเชยเยียวยา จำนวนมาก ทำให้เป็นที่มาของการหวังประโยชน์ เพราะจากการคาดการณ์เงินชดเชยเยียวยาอาจจะสูงกว่าหลัก 10 ล้านบาท 

related