
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
"ยังเสียขวัญ เวลาขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน เพราะจะผ่านถนนเส้นนั้นตลอด ภาพสามีถูกชน ติดตาอยู่ทุกวัน คนเมาแล้วขับ สร้างความเสียหาย ทำลายครอบครัว หากมาตรการไม่จริงจังจะเกิดซ้ำ ทั้งนี้ตนและผู้เสียหายอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อไป และเร็วๆนี้เครือข่ายจะไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษคนเมาแล้วขับ ไม่ใช่แค่ประมาท แต่คือเจตนา ซึ่งย่อมเล็งเห็นผล มิเช่นนั้นแล้วปัญหาเมาแล้วขับซึ่งสร้างความสูญเสียมหาศาลต่อปี ก็จะพายเรือวนในอ่าง ไปไม่ถึงไหน เป็นปัญหาซ้ำซากที่ต้องผ่าตัดใหญ่และยังเชื่อว่ารัฐบาลนี้จะทำได้"
คำพูดจากใจของนางกานต์รวี ซุ่นสั้น ภรรยาดาบตำรวจเหยื่อเมาแล้วขับ จังหวัดตรัง กล่าวขึ้นในขณะเรียกร้องความเป็นธรรม ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน พร้อมตัวแทนครอบครัวเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เสียชีวิต 5 ศพ กว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงอัยการสูงสุด โดยมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับเรื่องเพื่อให้ตรวจสอบกรณี อัยการจังหวัดตรังที่รับผิดชอบคดีคนเมาแล้วขับ ชนตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิต 5 ศพ แต่ไม่แจ้งสิทธิให้ครอบครัวผู้เสียหายในการยื่นอุทธรณ์ทราบ จนกระทั่งคำพิพากษาสิ้นสุดลง ผู้กระทำผิดรับโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 3,400 บาท เท่านั้น
นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ นายกสมาคมควบคุมปัจจัยเสี่ยงภาคใต้ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า อยากให้มีการตรวจสอบว่า เหตุใดอัยการจังหวัดตรังไม่อุทธรณ์ และไม่มีการติดต่อ หรือแจ้งให้ผู้เสียหายและญาติทราบ หรือมีส่วนรับรู้ความเป็นไปในคดี ทั้งที่เป็นคดีสะเทือนขวัญ มีคนตาย 5 ศพ ซึ่งสังคมให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะชาวตรังที่ถือให้ความสำคัญมาก แต่ผู้สูญเสียต้องมารับทราบตอนคดีหมดอายุความ ซึ่งไม่มีประโยชน์ เพราะไม่ได้มีส่วนรับรู้ ร่วมตัดสินใจ ทั้งนี้จากประสบการณ์ที่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ขาดโอกาส ในคดีเมาแล้วขับ พบว่า มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการพูดคุยกับผู้เสียหาย พวกเขากังวลว่า เมื่อผู้ทำผิดรับโทษน้อย จะส่งผลต่อคดีแพ่ง จึงอยากฝากให้คดีนี้ เป็นกรณีตัวอย่างกับสังคม