
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วม ปปง. ทลายเครือข่ายแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ออกหมายจับกว่า 100 หมาย ยึดทรัพย์กว่า 120 ล้านบาท เตรียมอายัดเงินคืนผู้เสียหายภายใน 2 สัปดาห์ และเตรียมดำเนินผู้รับจ้างเปิดบัญชี ตัดช่องทางการกระทำผิด โดยพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ร่วมแถลงผลการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ ระบุว่า ที่ผ่านมา สามารถออกหมายจับผู้กระทำผิดได้ 113 หมายจับ ตามจับได้แล้ว 80 หมายจับ โดยยังมีผู้หลบหนีไปต่างประเทศอีก 7 ราย และสามารถยึดเงินได้กว่า 120 ล้านบาท เบื้องต้น สามารถคืนเงินให้กับผู้เสียหายได้ 4 ราย ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดสงขลา และจะทยอยคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ทั้งหมดภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมเตือนประชาชน หากได้รับโทรศัพท์หลอกลวงในลักษณะผิดปกติ ขอให้แจ้งตำรวจทันที
ด้านพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า ตำรวจสามารถจับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ได้ 8 ราย ซึ่งรายล่าสุด คือ นายทอมมี่ วู สัญชาติอินโดนีเซีย ที่ร่วมกับชาวไทย ใช้ประเทศฟิลิปปินส์เป็นฐานกระทำผิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงทางคอมพิวเตอร์ พร้อมระบุด้วยว่า หลังจากนี้ ประชาชนที่รับจ้างเปิดบัญชี จะถูกดำเนินคดีด้วยทุกราย ดังนั้น หากผู้ใดเข้าข่ายการกระทำดังกล่าว ขอให้ไปปิดบัญชีทันที !
ขณะที่ พลตำรวจตรีรมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ในส่วนของทรัพย์สินที่ตำรวจยึดได้กว่า 120 ล้านบาท ปปง. จะใช้มาตรการฟอกเงิน ยึดอายัดทรัพย์สิน และเร่งคืนให้ผู้เสียหายโดยเร็ว ทั้งนี้ ปปง. จัดตั้งสายด่วน 1710 สำหรับผู้ได้รับความเสียหายจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์โดยตรง พร้อมตรวจสอบบัญชีความเสี่ยงสูงที่รับจ้างเปิดบัญชีต่อไป