
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
พันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากกรณีผู้ต้องขัง 2 ราย ได้แก่ ข.ช.ธวัชชัย มะลิแย้ม ผู้ต้องโทษในคดียาเสพติด และ ข.ช.เอกชัย เครือแก้ว ผู้ต้องโทษคดีลักทรัพย์ ได้ทำการหลบหนีโดยการกระโดดกำแพงทางทิศเหนือจากเรือนจำกลางเพชรบุรี และต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้วจำนวน 1 ราย ได้แก่ ข.ช.เอกชัย เครือแก้ว ผู้ต้องโทษคดีลักทรัพย์ จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ช.ธวัชชัย สารภาพว่า ได้อาศัยช่วงน้ำท่วมหลบหนีออกมาจากเรือนจำพร้อม น.ช.เอกชัย ที่ได้ถูกจับกุมได้แล้วก่อนหน้านี้ โดยเมื่อพ้นจากเรือนจำแล้วได้แยกย้ายกันหลบหนี ตนได้หลบซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำในป่า ในบ้านนกนางแอ่น และหนีลงเรือออกทะเลไปกับคนที่รู้จักรวมเวลา 10 วัน จนกระทั่งวันนี้กำลังจะเข้าไปที่บ้านเพื่อไปหาภรรยา และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ทั้งนี้ ผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย จะถูกดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาหลบหนีระหว่างถูกคุมขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ ยังเปิดเผยว่า จะดำเนินการย้ายผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย ไปคุมขังยังเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและป้องปรามไม่ให้ผู้ต้องขังรายอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง จากที่ผ่านมาสถิติการหลบหนีของผู้ต้องขังในปีงบประมาณ 2561 ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2560 มีผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจำ 3 ราย และจับกุมตัวได้แล้วทั้งหมด
กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนและประชาสัมพันธ์ให้ญาติผู้ต้องขังทราบว่า การที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการ เลื่อนชั้น ลดชั้น ลดวันต้องโทษและพักการลงโทษ อีกทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการแหกหักหลบหนีหรือให้การสนับสนุนในการหลบหนีหรือให้ที่พักอาศัยจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน