
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6บก.ป. แถลงผลการจับกุม นายเกียรติศักดิ์ สาแม อายุ 60 ปี ชาว จ.ยะลา , นายประทีป สุระเสียง อายุ 52 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ , นายอัครเดช เลศตระกูลทรัพย์ อายุ 29 ปี ชาว จ.ปัตตานี และ นายณัฐพงษ์ อำไพ อายุ 51 ปี ชาว จ.ชลบุรี ทั้งหมดเป็นผู้องหาตามหมายจับในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยสามารถจับกุม นายประทีป ได้ที่ห้องแถวตลาดภูดิน ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ , นายเกียรติศักดิ์ จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 56 ม.2 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ , นายอัครเดช จับได้ที่ถนนพิพิธ หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี , นายณัฐพงษ์ จับกุมได้หน้าบ้านเลขที่ 351/14 ต.คูยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนอีก 1 รายที่เหลือ ยังหลบหนีการจับกุม
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากประชาชนใน จ.ยะลา , ปัตตานี , นราธิวาส ว่า มีกลุ่มคนร้ายจำนวน 5 ราย อ้างตัวเป็น สมาคมพัฒนาผู้มีรายได้น้อย หลอกให้ประชาชนสมัครสมาชิกและร่วมลงทุนในกองทุนบริษัทเกตุกัญฟาร์ม ราคาหุ้นละ 350 บาท และกองทุนน้าหลุยส์ ราคาหุ้นละ 1,200 บาท ทั้งสองกองทุนนั้นจะได้รับผลตอบแทนหลังจากครบกำหนดเวลา หุ้นละ 1 ล้านบาท แต่จะถูกหักค่าภาษี 2 แสนบาท จะได้รับเงินจริง 8 แสนบาท ทั้งนี้ในการชักชวนลงทุนแต่ละครั้ง จะมีการเกณฑ์คนมาร่วมเข้าฟัง ส่งผลให้มีประชาชนหลงเชื่อ ร่วมหลงทุนไปหลายร้อยคน และยังพบว่ามีจังหวัดในภาคอื่นๆได้รับความเดือดร้อนด้วย รวมมูลค่าความเสียหายทั่วประเทศ กว่า 70 ล้านบาท อย่างไรก็ดีทางกลุ่มคนร้าย ยังอ้างว่า เงินลงทุนของสมาชิก จะนำไปทำธุรกิจประเภทต่างๆ อย่างปั้มน้ำมัน และการซื้อขายสินค้า โดยมีกำหนดให้เงินปันผลแต่ละราย แตกต่างเวลากันไป แต่หลังจากครบกำหนดคืนเงินปันผล ทางกลุ่มผู้ต้องหาบ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลต่างๆ ว่ายังไม่สามารถให้เงินได้ จนกระทั่งเงียบหายไป
พ.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวว่า สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฏิเสธอยู่ แต่ในทางสืบสวนทราบว่าขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน ทางกองปราบปราม ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนในพื้นที่ จ.ยะลา , ปัตตานี , นราธิวาส และพื้นที่อื่นๆ ว่า อย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อร่วมลงทุนโดยหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนที่มีมูลค่าสูงมากมายแบบนี้ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำตัวส่งศาลจังหวัดยะลาหากประชาชนรายใด เคยตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหากลุ่มนี้ สามารถแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่กก.6บก.ป.