
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
แพทย์เตือนช่วงอากาศหนาวเย็นประชาชนและนักท่องเที่ยว เดินป่าและกางเต็นท์นอนกลางป่า ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูกตัวไรอ่อนกัด ป่วยเป็น "โรคสครับไทฟัส" หรือ "โรคไข้รากสาดใหญ่"
วันนี้( 8 ธ.ค.) นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เปิดเผยว่า ช่วงอากาศหนาวเย็นประชาชนและนักท่องเที่ยวมักนิยม เดินป่าและกางเต็นท์นอนกลางป่า ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูกตัวไรอ่อนกัด อาจติดเชื้อและป่วยเป็น “โรคสครับไทฟัส” (Scrub typhus) หรือ “โรคไข้รากสาดใหญ่” ได้ ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบผู้ป่วยโรคสครับไทฟัสมากที่สุด หากโดนไรอ่อนกัด หากรักษาไม่ทันหรือไม่ทราบว่า เป็นอาการป่วยจากตัวไรอ่อนกัด ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรก ซ้อนได้ เช่น ไตเป็นพิษ ไตวาย ซึ่งการรักษาไม่สามารถรับประทานยาจำพวกแก้ไข้และแก้ปวดได้ เนื่องจากโรคนี้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะโดยแพทย์เท่านั้น
ดังนั้นหลังจากเดินทางกลับออกจากเที่ยวป่าภายใน 2 สัปดาห์แล้วเกิดป่วยมีไข้ขึ้นสูง มีอาการปวดศีรษะ ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติ การเข้าไปในป่าให้แพทย์ทราบเพื่อรับการรักษาโดยเร็ว การป้องกัน คือระวังอย่าให้ไรอ่อนกัด ควรเก็บกวาดบริเวณตั้งแคมป์หรือกางเต็นท์ให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ หรือหญ้าที่ขึ้นรก ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และทาโลชั่นกันยุง หรือใช้สมุนไพรทากันยุง ซึ่งสามารถป้องกันตัวไรอ่อนกัดได้ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณที่มีตัวไรชุกชุม ไม่ว่าจะเป็นป่าโปร่ง ป่าละเมาะ บริเวณที่มีการปลูกป่าใหม่หรือตั้งรกรากใหม่ ทุ่งหญ้า ชายป่าหรือบริเวณมีต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง หลังออกจากป่าให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย และนำเสื้อผ้าที่สวมใส่มาซักให้สะอาด ด้วยผงซักฟอกเข้มข้น เพราะอาจมีตัวไรติดมากับร่างกายหรือเสื้อผ้าได้