แก๊งแฮกระบาดหนัก เตือนชาวโซเชียลเลี่ยงใช้ข้อมูลส่วนตัวตั้งรหัสผ่าน

แก๊งแฮกระบาดหนัก เตือนชาวโซเชียลเลี่ยงใช้ข้อมูลส่วนตัวตั้งรหัสผ่าน

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.ท.อมรชัย ลีลาขจรจิตร รองผู้กำกับการ (กลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท.) เปิดเผยกรณีกลุ่มมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียลมีเดียในปัจจุบันจนสร้างความเสียหายให้แก่สังคมเป็นจำนวนมาก มีการนำเสนอข่าวออกมาเป็นระยะ ซึ่งปัญหาในการโดนแฮกสื่อโซเชียลมีเดียนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ

1.การถูกแฮกข้อมูลจริง คือ เจ้าของอาจจะนำข้อมูลทั่วไปมาตั้งค่าพาสเวิร์ดแบบง่ายๆทำให้คนร้ายสามารถคาดเดารหัสผ่านได้และขโมยแอคเคาท์เจ้าของเครื่องไปด้วย การแก้ไข เจ้าของควรตั้งพาสเวิร์ดเข้าถึงข้อมูลให้มีความยากขึ้นอาจจะใช้ตัวอักษรผสมตัวเลข หรือการยืนยันตัวบุคคลแรกเข้า โดยการส่งรหัส OTP โทรศัพท์มือถือของเจ้าของเอง

2.การถูกแฮกข้อมูลปลอม คือการก็อปปี้ชื่อและรูปภาพเลียนแบบของจริงและนำไปหลอกคนอื่นต่อ เพื่อต้องการยืมเงินหรือหลวงลวงในรูปแบบอื่นๆ เช่น กรณี สามีภรรยาปลอมเฟซบุ๊กอ้างตัวเป็นบริษัทขายเพชรก่อนหลอกผู้ประมูลโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเองจนสร้างความเสียหาย

พ.ต.ท.อมรชัย เผยอีกว่า หากเจ้าของทราบว่าถูกมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊ก ให้เข้าไปในอีเมลของตัวเองเพื่อรีเซ็ตพาสเวิร์ดใหม่รวมทั้ง บอกให้เพื่อนเข้าไปในเฟซบุ๊กของผู้เสียหาย กดรีพอร์ต เพื่อให้บริษัทเฟซบุ๊กรับทราบ ก่อนดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขต่อไป

นอกจากนี้ หากพบมีกลุ่มมิจฉาชีพที่กระทำการแฮกเฟซบุ๊กก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหา ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยความผิดมีโทษจำคุกสูงสุด ไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องเตือนภัยต่างๆได้ที่เว็บไซต์ บก.ปอท.

related