
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
จากกรณีพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้เผยแพร่ผลประชุม อ.ก.พ.กรมราชทัณฑ์ ครั้งที่ 4/2560 กรมราชทัณฑ์ มีมติพิจารณาลงโทษ ไล่ออก (ไม่ได้สิทธิ์ต่างๆ เช่น บำเหน็จและบำนาญ ที่ควรจะได้รับ) ที่กระทำผิดวินัย 13 ราย และให้ออกจากราชการ 1 ราย (ยังคงได้รับสิทธิ์บางส่วนอยู่) รวมทั้งหมด 14 ราย เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุด พ.ต.อ.ณรัชต์ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณปี 2560 กรมราชทัณฑ์ไล่ออกเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ 20 คน ล่าสุดในปีงบประมาณปี 2561 เพิ่งผ่านมา 2 เดือน ไล่ออก 13 คน และให้ออกจากราชการ 1 คน รวม 14 คนนั้นหากพบมีเจ้าหน้าที่เรือนจำเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สุดท้ายมีการส่งรายชื่อให้คณะกรรมการพิจารณาตามพยานหลักฐาน ก่อนตัดสินไล่ออกหรือให้ออกจากราชการในที่สุดอีก เป็นการส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติตามกฎ "3 ส. 1.สะอาด 2.สุจริต และ3.เสมอภาค" และนโยบาย 5 ก้าวย่าง ตั้งแต่ยุค พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
"ส่วนเรื่องที่ประชาขนสงสัยว่ามีนักโทษชายลักลอบไปมีเพศสัมพันธ์กับนักโทษหญิงได้อย่างไรนั้น ขอชี้แจงว่า ปัจจุบันมีนักโทษ 320,000 คน แบ่งเป็นนักโทษหญิง 40,000 - 50,000 คน มีเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศ โดยมีเรือนจำแบ่งแยกเฉพาะหญิง 8 แห่ง นอกนั้นเป็นเรือนจำแบบสห แต่มีการแบ่งแดนหญิง และแดนชาย เนื่องจากเรือนจำส่วนใหญ่ สร้างมาแล้ว 50 - 80 ปี ซึ่งกรณีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่เรือนจำหญิงแห่งหนึ่ง ได้มีปัญหาเกี่ยวกับเงินๆทองๆ ก่อนรับเงินจากนักโทษชาย 3 คน ให้เข้าไปในแดนหญิง เพื่อไปหานักโทษหญิง โดยอ้างว่าเป็นแฟนกัน ก่อนนัดพบที่ห้องน้ำและมีเพศสัมพันธ์ และกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้เป็นหลักฐาน และได้ไล่ออกในที่สุด ปกติจะนักโทษจะเข้าแดนหญิงได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่เป็นคนพาเข้า หรือใช้แรงงานที่จำเป็นเท่านั้น"
พ.ต.อ.ณรัชต์ เผยอีกถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะให้คัดเลือกนักโทษชั้นดี ที่มีคุณสมบัติที่กองทัพต้องการ ไปช่วยงานผลิตอาวุธ กระสุนปืน และคอมพิวเตอร์ ในกองทัพนั้น ขณะนี้ได้คัดนักโทษจากกว่า 100 คน เหลือประมาณ 20 คน และกำลังรอคำสั่งอย่างเป็นทางการจากทหารอยู่