
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เตือน ป.ป.ช. อย่าเลือกปฏิบัติกรณีตรวจสอบทรัพย์สิน เรียกร้อง คสช. ปลดล็อคพรรคการเมืองเนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ เผยเตรียมงานด้านเอกสาร เพราะกฎหมายคุมเข้มคุณสมบัติสมาชิกพรรค ส่วนจะแก้กฎหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลแต่ต้องทำตามโรดแมป
พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการ ทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบ ทรัพย์สินของ คสช. ว่าประธาน ป.ป.ช. เป็นตำรวจ ที่มีความยุติธรรม มีความประพฤติดี และมีการทำงานเป็นคณะจึงน่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่สิ่งสำคัญขออย่าเลือกปฏิบัติ ต้องทำโดยมาตรฐานเดียวกัน ทุกอย่างจะได้มีความรู้สึกโปร่งใส ไม่ใช่เลือกทำเรื่องใดหรือไม่ทำเรื่องใดจนขาดอายุความ ทั้งนี้ในเรื่องความยุติธรรมตนไม่สงสัย แต่ขอให้ทำเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ ป.ป.ช.ได้รับความไว้ใจจากประชาชน
พลตำรวจโทวิโรจน์ ยังกล่าว เรียกร้องให้คสช. ประกาศยกเลิกคำสั่งเพื่อปลดล็อคพรรคการเมือง เนื่องจากปัญหาขณะนี้พรรคการเมืองต้องทำกิจกรรมหลายอย่างตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งหากไม่ทำก็เสี่ยงอาจถูกลงโทษ ซึ่งทำให้เห็นว่า ประกาศ คสช. ที่ยังไม่ปลดล็อคพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรม กับรัฐธรรมนูญจึงขัดกัน ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไข ให้ได้ทำกิจกรรมและไม่เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย และเพื่อเตรียมการเลือกตั้งตามรัฐบาลประกาศไว้ ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้เตรียมงานเกี่ยวกับเอกสารให้พร้อมในการตรวจสอบคุณสมบัติของสมาชิกพรรคที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเข้มงวดและไม่ให้กระทบไปถึงระบบไพรมารี่โหวตด้วย
"เวลานี้ทำอะไรก็ระมัดระวัง ไม่อยากทำผิดกฎหมาย สิ่งที่ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ได้ทำ ทำงานด้านเอกสาร สอบถามไปยังทะเบียนกลาง ย้ายที่อยู่ เสียชีวิต ก็ได้รับความร่วมมือ แต่การพบปะสมาชิกก็ยังทำไม่ได้ จึงไม่ได้ทำเพราะกังวลว่าจะผิดกฎหมาย มีสมาชิกกว่า 130,000 คน เตรียมเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติของสมาชิกและพรรคให้ความสำคัญ เพราะกฎหมายมีการกำหนดอย่างเข้มงวดในเรื่องลักษณะและคุณสมบัติต้องห้าม ไม่อยากให้มีปัญหาในการไพรมารีโหวต"
อย่างไรก็ตาม ทางพรรคเคยทำหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี ในฐานะ หัวหน้า คสช. ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ส่วนจะนำไปสู่การแก้กฎหมายเพื่อขยายเวลาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่การดำเนินการควรเป็นไปตามโรดแมปด้วย เพราะได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว
พลตำรวจโทวิโรจน์ ยังกล่าวถึงการสรรหา กกต.ของศาลฎีกาที่อาจไม่ถูกต้องว่า มีการกำหนดว่าการคัดเลือก กกต. ต้องทำโดยเปิดเผย แต่เปิดเผยอย่างไร สามารถตีความได้หลายอย่าง อาจจะเป็นเพราะกฎหมายเขียนไม่ชัด จึงอาจเป็นที่น่าวิตกกังวล ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า กกต.เป็นคนของ คสช.นั้น ตนเองๆไม่กล้าคิดและวิจารณ์เพราะยังไม่มีข้อมูล