
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
- 15 ธ.ค. 60 - กองบัญชาการกองทัพไทย แถลงผลการสอบข้อเท็จจริง กรณีการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงษ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย โดยยืนยันการเสียชีวิตไม่ได้มาจากการถูกลงโทษหรือถูกทำร้ายแต่มาจากปัญหาสุขภาพของน้องเมย ส่งผลทำให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
โดยคณะกรรมการที่มาร่วมแถลงผลการเสียชีวิตของ นักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย มี 6 ท่าน ได้แก่ พลโทพีรพงษ์ เมืองบุญชู ,พลโทชนินทร์ โตเลี้ยง, พลอากาศโทวีรพงษ์ นิลจินดา , พลโทศิราวุฒิ วงศ์ขันตี ,พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง และพันเอกที่รัก สร้อยนาค
พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสธ.ทหาร ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ระบุว่าการสูญเสียครั้งนี้เป็นการสูญเสียของกองทัพและครอบครัว ส่วนการแถลงในวันนี้ไม่ใช่การตอบโต้ครอบครัว แต่เป็นการแถลงเพื่อให้สังคมเข้าใจรอบด้านว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างกับ นักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงษ์
โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการได้สอบสวนหาสาเหตุ และเรียกผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในแต่ละห้วงเวลา มาสอบปากคำจำนวน 42 คน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 เรียกสอบทั้งหมด 22 คนคือนักเรียนเตรียมทหาร ส่วนกลุ่มที่ 2 สอบ 5 คน คือแพทย์ที่ทำการรักษา กลุ่มที่ 3 เรียกสอบ 7 คน คือกลุ่มอาจารย์ และกลุ่มที่ 4 เรียกสอบ 8 คน
ช่วงวันที่ 12-15 ตุลาคม 2560 น้องเมยได้กลับไปพักที่บ้านและครอบครัวพาไปตรวจซ้ำอีกครั้ง ในช่วงเย็นของวันที่ 15 ตุลาคม น้องเมยจะกลับเข้ามายังโรงเรียนเตรียมทหาร
ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 คืนเสียชีวิต 17 ตุลาคม จากการสอบสวนวันดังกล่าว น้องเมย พักฝื้นในห้อง และในเวลา 09.15 น. ได้เดินออกจากกองแพทย์ เพื่อกลับไปเอาของใช้ส่วนตัวกับเพื่อนนักเรียนเตรียมทหาร 2 คน แต่ขากลับน้องเมยเดินกลับมาเพียงคนเดียว
และช่วง 10.23 น. มีนักเรียนเตรียมทหารเดินออกจากกองแพทย์ พบน้องเมยวิ่งช้าๆสวนไปและเป็นลมในเวลาต่อมา คล้ายอาการไฮเปอร์เวนติเลชั่น หรือที่นักเรียนเตรียมทหารเรียกว่า โรคมือจีบเป็นอาการที่พบบ่อยในนักเรียนเตรียมทหาร คืออาการเกร็ง ชา หายใจถี่และเร็วมาก ในระดับที่ส่งผลให้ออกซิเจนในเลือดสูงจนหมดสติและสูญเสียความรู้สึก ทางแพทย์บอกว่า เกิดจากความเครียด
ส่วนในช่วงเวลา 12:40 น. ผู้บังคับการได้ลงมาเยี่ยมน้องเมยและให้น้องเมยคุยกับคุณแม่ 15:24 น. น้องเมยออกมาคุยโทรศัพท์สาธารณะ และจากภาพจะเห็นได้ว่าน้องเมยเดินกุมหน้าอกกลับไป โดยเหตุการณ์ที่ 2 ช่วงบ่ายวันที่ 17 ตุลาคม เหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นขณะอยู่ต่อหน้าพยานหลายคน
พร้อมยืนยันการเสียชีวิตน้องเมย ไม่ได้มาจากการสั่งลงโทษ หรือถูกทำร้ายแต่อย่างใด และไม่พบบาดแผลภายนอก ส่วนกรณีซี่โครง ซี่ที่ 4 หักนั้น แพทย์ไม่ตัดประเด็นการทำ CPR ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ที่ใช้การกดกึ่งกระแทก และยังตรวจพบว่าเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติ แพทย์จึงสรุปว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
นอกจากนี้ พลอากาศเอกชวรัตน์ บอกว่า อาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันนั้น ไม่สามารถตอบได้ว่าเกิดจากอะไร และอาจจะไม่ได้เป็นตั้งแต่เข้ามาทำให้ตรวจไม่พบ
นอกจากนี้ทางกองทัพ จะเชิญครอบครัวน้องเมย มาฟังผลการสอบสวนผลการเสียชีวิตอย่างละเอียด ในวันจันทร์ที่ 18 ธันวาคมนี้