ประยุทธ์ชี้ถึงยุคปชต.แบบมีส่วนร่วม ไม่หนุนนักการเมืองเห็นแก่เงิน

ประยุทธ์ชี้ถึงยุคปชต.แบบมีส่วนร่วม ไม่หนุนนักการเมืองเห็นแก่เงิน

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  ถึงเรื่องของประชาธิปไตย  ในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่งเช่นกัน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน จากการอ่านหนังสือ "เศรษฐกิจดิจิทัล"  เขียนโดยดอน แท็ปสก็อต ซึ่งเป็นนักเขียนที่ได้รับความนิยม เจ้าของหนังสือ "วิกิโนมิกส์" และ "โกรวน์ อัพ ดิจิทัล" หนังสือเล่มนี้ แปลและเรียบเรียง โดย พรศักดิ์ อุรัจฉัทชัยรัตน์  กล่าวไว้อย่างน่าสนใจจะผิดจะถูกไปคิดกัน ไปอ่านกัน

ว่าหากเรามองไปรอบๆ ตัวแล้ว หลายประเทศในโลกก็ประสบปัญหาทางการเมืองคล้ายๆ กันนะครับ อาจสังเกตได้ว่าปัญหาทางการเมืองใหญ่โตมากขึ้น ตามจำนวนประชากร แล้วก็เท่าที่เขาติดตามวิเคราะห์มาก็แนวโน้มในการที่ประชาชนจะเลือก จะงดออกเสียง ยังไม่นับกลุ่มคนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อนักการเมือง พรรคการเมืองอะไรก็แล้วแต่ที่ผ่านมา อันนี้ผมพูดถึงนอกประเทศนะครับ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลง อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกาเองนะครับ นี่ผมยกตัวอย่างต่างประเทศให้ฟัง ที่เคยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ เกือบร้อยละ 90 ในปี 1992 ลดลงมาเหลือ ประมาณ 66% ในปี 2012

ก็อาจกล่าวได้ว่า "ประชาธิปไตยในรูปแบบของสภาผู้แทน" นั้น อาจหมดสมัยไปแล้ว กลายเป็นยุค "ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม" นี่เขาเขียนมานะครับ เป็นคนต่างประเทศ แล้วเป็นประเทศใหญ่ๆ ทั้งสิ้นนั่นแหละ เขาก็เขียนมา เราก็เอามาคิดดูซิว่า ควรจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคตนะครับ วันนี้เราก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้ทั้งสิน แต่เป็นการคิดเพื่ออนาคตนะครับ

หลักการที่เขาว่ามามี 5 ประการที่ต้องคำนึงถึง ดังต่อไปนี้

1. ความซื่อสัตย์ เขาวงเล็บไว้ว่าของนักการเมือง นับเป็นหลักการพื้นฐานสำคัญสุด ในการสร้างศรัทธาจากประชาชน โดยการเลือกตั้งนั้นจะต้องโปร่งใส นักการเมืองต้องเปิดเผย และยุติธรรม รวมทั้งต้องสื่อสารกับผู้คนด้วยข้อมูลที่เป็นจริง ชัดเจน และเชื่อถือได้ รวมถึงให้ความสำคัญกับความคิดเห็น ใส่ใจกับความรู้สึกของประชาชน และ ต้องไม่บ่อนทำลายสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และ จะต้องไม่โจมตีให้ร้ายผู้อื่น ผมก็พยายามทำตรงนี้อยู่ ผมไม่เคยไปริเริ่มไปให้ร้ายใครก่อนทั้งสิ้นเลยนะครับ และผมก็จะไม่ไปตอบโต้อะไรกับท่านอีกต่อไป นะ ไม่ว่าจะใครก็ตามนะ

2. ความรับผิดชอบ (ของประชาชน) ก็คือ เราจะต้องไม่สนับสนุนนักการเมืองที่เห็นแก่เงิน หรือ ใช้เงินในการลงทุนเพื่อเข้าสู่การเมือง และ แสวงหาผลประโยชน์ให้ได้ในอนาคตนะครับ อันนี้ก็ไปแยกกันให้ออก ว่าอะไรคือเรื่องของผลประโยชน์ ผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ส่วนตัว เรื่องส่วนรวม เรื่องส่วนตัว ทุจริต โครงการ หรือทุจริตส่วนตัว มีกฎหมายทุกตัวนะครับ ก็ไปว่ากันมา แก้ปัญหากันให้ได้ ผมคิดอย่างนั้นนะ

เรื่องที่

3. การพึ่งพาอาศัยกันนะครับ โดยรัฐบาลที่ดี และมั่นคง ก็จะเกิดจากการที่ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และสังคม ช่วยกันสร้างชุมชนที่แข็งแรง มีกฎเกณฑ์ และกฎหมาย ที่มีคุณภาพ แล้วก็ให้สอดคล้องกับบทบาทขององค์กรภาคเอกชนที่มีมากขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องหาแนวทางในการพึ่งพาอาศัย และเกื้อกูลกันในการก้าวไปข้างหน้า อันนี้เราก็มีประชารัฐไง ก็ค่อนข้างจะตรงกับเขาอยู่เหมือนกัน ตรงนี้นะ

4. การเข้าถึงจิตใจประชาชนนักการเมือง และรัฐบาล สามารถแบ่งปันและ สร้างความเข้าใจกับประชาชนได้ง่ายขึ้น ผ่านเทคโนโลยี เช่น อินเตอร์เน็ต ซึ่งจะเป็นอีกเครื่องมือ ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในด้านในการใช้งบประมาณ และ การกำหนดนโยบายต่างๆ ซึ่งถือเป็นประชาธิปไตยภาคประชาชน นั่นเอง

5. ความโปร่งใสซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ทั้งยังเป็นแกนกลางที่สร้างความไว้วางใจระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร ซึ่งความโปร่งใสนี้ จะต้องใช้ความรับผิดชอบและ ความซื่อสัตย์ เป็นเครื่องมือสำคัญ

อันนี้ก็เป็นที่เขาเขียนมานะ เราก็ช่วยกันไปคิดแล้วกัน ทุกกลุ่มทุกฝ่ายผมไม่ว่าใครผิดใครถูกหรอก แต่อันนี้เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลของต่างประเทศ

related