'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

วิกฤตมุสลิมชนกลุ่มน้อย ‘โรฮิงญา’ กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามองตลอดปีนี้ หลังสถานการณ์ที่ยืดเยื้อในรัฐยะไข่ นำไปสู่การแตกร้าวระหว่างกลุ่มชาวพุทธและมุสลิมในเมียนมา และเป็นต้นเหตุการอพยพหนีตายของชาวโรฮิงญาไปยังบังกลาเทศกว่า 600,000 คน

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

หากย้อนกลับไปเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา สถานการณ์ในรัฐยะไข่ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ ได้เริ่มรุนแรงขึ้น เมื่อกองทัพรัฐบาลเมียนมาปะทะกับกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา

แม้หลายฝ่ายหวังว่า รัฐบาลเมียนมาจะหาทางประนีประนอมเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้ง แต่รัฐบาลและกองทัพเมียนมาไม่เคยออกมายอมรับ หรือแสดงความเห็นต่อการโจมตีดังกล่าวแต่อย่างใด

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

รัฐบาลเมียนมาไม่ยอมรับชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของตนเอง อ้างว่า พวกเขาเป็นผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย จนทำให้พวกเขาอพยพไปบังกลาเทศ แต่พอชาวโรฮิงญาพยายามอพยพไปบังกลาเทศ ทางการบังกลาเทศก็ไม่ต้อนรับเท่าที่ควร เพราะต้องแบกรับชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยเข้ามาหลายหมื่นคนอยู่แล้ว ทำให้ชาวโรฮิงญาที่หนีตายจากการต่อสู้ ต้องหลบซ่อนอยู่บริเวณพรมแดน รอจังหวะที่มาตรการความปลอดภัยหละหลวม เพื่อลักลอบข้ามแดนเข้าไปในบังกลาเทศ

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

‘วิกฤตชาวโรฮิงญา’ จุดชนวนความไม่พอใจจากหลายฝ่ายมากขึ้น หลัง ‘นางซูจี’ ยกเลิกการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

ด้าน ‘อันโตนิโอ กูแตร์เรส’ เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวล หลังได้รับรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธโรฮิงญา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญามุสลิม และเรียกร้องให้รัฐบาลยินยอมให้หน่วยงานช่วยเหลือเข้าพื้นที่ รวมถึงใช้ความสงบเพื่อหลีกเลี่ยงความหายนะด้านมนุษยธรรม

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

“พวกเขาต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน เด็กหลายคนต้องทนทรมาน สตรีและผู้สูงอายุถูกทารุณ ดังนั้น ความปลอดภัย รวมทั้งการให้โอกาสพวกเขาได้ใช้ชีวิตปกติ จึงจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา และนั่นคือ สิ่งที่พวกเรากำลังทำเพื่อประเทศนี้ เราจะช่วยทุกวิถีทาง ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติปฏิบัติหน้าที่และให้ความช่วยเหลือมานานหลายปี และจะยังคงสนับสนุนรัฐบาล สำหรับความพยายามในการรับผิดชอบชีวิตผู้อพยพต่อไป” ลูอิส อูบิน เลขาฯ กองคุ้มครองระหว่างประเทศ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ยูเอ็น กล่าว

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังนำไปสู่การประท้วงที่ถูกจัดขึ้นหลายที่ทั่วโลกด้วย เช่น เมียนมา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, บังกลาเทศ, อินเดีย, ฝรั่งเศส, อังกฤษ และปากีสถาน

ส่วนที่ ‘บังกลาเทศ’ นับตั้งแต่เดือน ส.ค. ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ จำนวนชาวโรฮิงญาที่ทะลักเข้ามายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีมากกว่า 600,000 คนแล้ว

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

“พวกเขายึดสัตว์ที่เราเลี้ยงไว้ ยึดทรัพย์สินของเรา พวกเขาต้องการสังหารชาวโรฮิงญาที่เป็นผู้ชาย แต่ไม่ได้ทำอะไรผู้หญิงอย่างพวกเรา พวกเราได้แต่คิดว่า หากพวกเขาต้องการสังหารชาวโรฮิงญาที่เป็นผู้ชาย นั่นหมายถึง พวกเราไม่มีทางรู้เลยว่า ผู้หญิงอย่างเราจะถูกทำร้ายเมื่อไร เพราะฉะนั้น พวกเราจึงเดินทางมาที่นี่” มูชาร์มา เบกุม หญิงชาวโรฮิงญา กล่าว

ขณะที่ ยูเอ็นกล่าวประณามรัฐบาลเมียนมาว่า กำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา โดยระบุว่า มาตรการทางเลือกในการปฏิบัติต่อชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ที่โหดร้ายนั้น ไม่คำนึงถึงหลักพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ด้าน รัฐบาลเมียนมาออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมระบุว่า เมียนมากำลังพยายามปราบปรามกลุ่มติดอาวุธในประเทศเพียงเท่านั้น

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

ในเวลาต่อมา นางซูจีได้ออกมาแสดงความเห็นต่อประเด็นชาวโรฮิงญาครั้งแรก เธอประณามเหตุความรุนแรงในรัฐยะไข่ พร้อมขอเวลาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า เธอไม่ได้นิ่งเฉยต่อวิกฤตชาวโรฮิงญาแต่อย่างใด

ท่าทีการแสดงออกและการรับมือของนางซูจี ทำให้สภาเมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ลงมติถอดรางวัล ‘เสรีภาพแห่งออกซ์ฟอร์ด’ ที่เคยมอบให้กับนางซูจีในฐานะที่เป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ไม่เคยย่อท้อ เมื่อปี 2540

ขณะที่ เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา นางซูจีได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งตัวผู้อพยพกลับบ้านร่วมกับรัฐบาลบังกลาเทศ

 

'วิกฤตโรฮิงญา' ... ความแตกร้าวในเมียนมา สู่การอพยพหนีตาย!

 

ด้าน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก หรือ โป๊ปฟรานซิส ที่เสด็จเยือนเมียนมาและบังกลาเทศ ทรงตรัสว่า ขอให้ชาวเมียนมาสร้างสังคมแห่งสันติภาพและการปรองดองในประเทศ และเรียกร้องให้ทุกคนหลีกเลี่ยงการแก้แค้น โดยพระองค์ต้องการให้ภารกิจเยือนเมียนมาของพระองค์เป็นกำลังใจให้แก่ประชากรเมียนมา

“คำถามของท่านทั้งหลาย คือ เรารู้สึกอย่างไรใช่หรือไม่ ในขณะนั้น เราร้องไห้ และพยายามกลั้นน้ำตาไว้ พวกเขาก็ร้องไห้ด้วย” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก กล่าว

‘สถานการณ์ในรัฐยะไข่’ ยังคงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทั่วโลกจับตามองถึงปลายทางของชาวโรฮิงญา ทิศทางในการช่วยเหลือว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

[embed]https://www.youtube.com/watch?v=QKp0Xq3FJo0[/embed]

 

related