
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 29 ธ.ค.60 กลายเป็นเรื่องสะเทือนความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อพบการทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนวัดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ที่มากไปกว่านั้นเมื่อมีพระบางรูปที่เข้าไปอยู่ร่วมกับขบวนการที่เรียกว่า ทุจริตเงินทอนวัด
ยุทธการปราบโกงวัด ที่สร้างความสั่นคลอนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เริ่มต้นมาตั้งแต่การจับกุมนายเสถียร ดำรงคดีราษฎร์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดสงขลา 1 ในขวบวนการทุจริตเรียกรับเงินงบอุดหนุนจากวัด ที่เรียกกันในเวลาต่อมาว่า “ทุจริตเงินทอนวัด”
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.60 ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักข้าราชการ อดีตข้าราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดหลายแห่ง หลังได้พยานหลักฐานชัดเจนสามารถเอาผิดเครือข่ายทุจริตเงินทอนวัด การตรวจสอบในครั้งนั้น พบความผิดในงบบูรณปฏิสังขรณ์ ห้วงนั้นเป็นความผิดที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2555-2558
เฟสแรกตำรวจป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. สามารถส่งสำนวน 12 คดี 12 วัด ในพื้นที่ภาคเหนือ 6 วัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 วัด ภาคกลาง 1 วัด ภาคตะวันตก 1 วัด และภาคใต้ 1 วัดความเสียหายกว่า 82ล้านบาท ให้คณะกรรมการป้องการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินคดีกับ 10 ผู้ต้องหา แบ่งเป็นข้าราชการ – อดีตข้าราชการ สำนักพุทธ 4 คน ประชาชน 5 คน และพระสงฆ์ 1 รูป
เฟส2 พบความผิดการทุจริตงบอุดหนุนทั้งงบบูรณปฏิสังขรณ์ งบเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ และงบศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งหมด 23 คดี 23 วัด ในพื้นที่ภาคเหนือ 12 วัด ภาคกลาง 4 วัด ภาคใต้ 3 วัด และกรุงเทพมหานคร 4 วัด ความเสียหายกว่า 141 ล้านบาท คดีนี้มีผู้ต้องหา 19 คน แบ่งเป็นผู้ต้องหาเฟสแรก 5 คน ข้าราชการ – อดีตข้าราชการ สำนักพุทธ 9 คน ประชาชน 1 คน และพระสงฆ์ 4 รูป ทั้ง 2 เฟส ตำรวจเอาผิดฐานฟอกเงินเพิ่มอีกคดีกับผู้ต้องหา 19 คน และนั่นเป็นเหตุให้พระครูกิตติพัชรคุณ กลายเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค และเจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ทันที ก่อนที่จะถูกนำตัวคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ของกลุ่มนี้ไม่ยาก แต่แยบยล ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนา อาศัยคัดเลือกรายชื่อวัดโดยที่เจ้าอาวาสไม่รู้เห็น จากนั้นทำเรื่องของบอุดหนุน เมื่อเงินถูกโอนเข้าบัญชีวัด จะมีข้าราชการ หรือบุคคลที่ 3 ไปขอคืน ก่อนส่งไปยังหัวหน้าขบวนการ
ปี 2560 สำนักพุทธได้รับงบประมาณ รวมกว่า 5,315 ล้านบาท เป็นงบรายจ่ายบริหารบุคคล กว่า 392 ล้านบาท งบดำเนินการ ที่มีทั้งซ่อมบำรุง สาธารณูปโภค รวม 186 ล้านบาท งบลงทุน อย่างค่าที่ดิน หรือ สิ่งก่อสร้าง ราว 43 ล้านบาท งบรายจ่ายอื่นๆ 21 ล้านบาท สูงที่สุดคิดเป็นเงินราว 4,671 ล้านบาท คืองบเงินอุดหนุน ที่สำนักพุทธ ใช้อุดหนุนวัดต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่กว่า 40,000 วัด และการตรวจสอบตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีการทุจริตเงินทอดวัดทุกปี
ก่อนเปิดศักราชใหม่ ตำรวจ ปปป. ยังคงเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดเฟส 3 ที่ตรวจสอบย้อนหลังพบความทุจริตเชื่อมโยงการทุจริตตั้งแต่ปี 2550 กับความเสียหายที่มีไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และหนีไม่พ้นข้าราชการ อดีตข้าราชการ รวมไปถึงผู้ที่ครองตนในผ้าเหลืองที่จะถูกดำเนินคดีในเฟสถัดไป