
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ปีที่แล้ว ‘เบร็กซิท (BREXIT)’ เป็นข่าวกระหึ่มโลก การหย่าร้างที่หลายคนไม่คาดคิด ... ซึ่งปีนี้ ผลลัพท์ ‘เบร็กซิท’ เห็นได้ชัดเจนจากการเจรจาที่ร้อนแรงและยืดเยื้อ จนชาวอังกฤษหลายคนที่เคยหนุน ‘เบร็กซิท’ ยังโอดครวญว่า “อยากกลับใจ ไม่ออกจากอียูแล้ว” ...
ทั่วโลกตื่นตะลึง! ผลประชามติเมื่อเดือน มิ.ย. 2559 ชาวอังกฤษเกินครึ่งเลือก ‘เบร็กซิท’ ขอออกจากสหภาพยุโรป ... เส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม กับเส้นตายวันที่ 29 มี.ค. 2562
9 เดือนผ่านมา วันที่ 29 มี.ค. นายกรัฐมนตรีอังกฤษปฏิบัติตามมาตราที่ 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เริ่มกระบวนการยุติสมาชิกภาพอียู ซึ่ง ‘เทเรซา เมย์’ ตระหนักว่า สภาเสียงแตก ฝ่ายค้านต่อต้าน ‘เบร็กซิท’ จึงพยายามเพิ่มอำนาจในสภา ประกาศเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด เมื่อเดือน มิ.ย. แต่กลายเป็นว่า กระแสต้าน ‘เบร็กซิท’ รุนแรงกว่าที่คาด แทนที่จะได้นั่งในสภาเพิ่ม พรรครัฐบาลต้องเสียที่นั่งไปอีก จนต้องไปพึ่งเสียงจากพรรคท้องถิ่นของไอร์แลนด์เหนือ
แม้นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะประกาศย้ำว่า อังกฤษจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อออกจากอียู แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปี 2560 นั้น คงเรียกว่า ‘ดี’ ได้ไม่เต็มปาก ... เศรษฐกิจอังกฤษที่ยึดตามผลคาดการณ์จีดีพีของไอเอ็มเอฟ ร่วงจาก 5 อันดับแรกของโลก มาอยู่อันดับ 6 และไม่แน่ว่า ในปี 2562 ปีเดียวกับเส้นตาย ‘เบร็กซิท’ ประเทศอย่าง ‘อินเดีย’ ซึ่งเป็นอดีตชาติอาณานิคมอังกฤษ อาจแซงหน้าไปเป็นอันดับ 5 ของโลกก็เป็นได้
ในส่วนของการเจรจานั้น อังกฤษกับอียูประชุมร่วมกันหลายนัด พัฒนาการมีขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ในที่สุด ก็บรรลุสู่การเจรจาขั้นที่ 2 ได้สำเร็จ หลังตกลงถึงเงื่อนไขสำคัญ อาทิ เงินชดเชยที่อังกฤษต้องจ่ายให้อียู ... แต่ไม่ว่าการเจรจาจะสำเร็จหรือชะงัก แต่การหย่าร้างจากอียูของอังกฤษ เริ่มเป็นรูปธรรมแล้ว
ทั้งนี้ บริษัทใหญ่หลายแห่งที่ย้ายสำนักงานออกจากกรุงลอนดอน ไปชาติอื่นในยุโรป เช่นเดียวกับหน่วยงานของอียูด้วย ก่อให้เกิดภาวะงานและเงินทุนไหลออกจากอังกฤษ กลายเป็นโอกาสให้มหานครต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป แสดงจุดขายของตนเอง เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งและพยายามขึ้นเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแทนที่กรุงลอนดอน
ผลลัพท์ด้านลบเหล่านี้ จึงไม่แปลกที่ชาวอังกฤษรู้สึกว่า อยากจะลงประชามติ ‘เบร็กซิท’ อีกครั้ง และเสียงกว่าครึ่งก็ต้องการลงให้อังกฤษอยู่ในอียูต่อไป
ทั้งนี้ เฟสหนึ่งของการเจรจาผ่านไปแล้ว เริ่มเดือน ม.ค. 2561 อังกฤษต้องเผชิญการเจรจาที่ยิ่งดุเดือด กับประเด็นคั่งค้างมากมายที่ยังไม่สะสาง ส่วนหัวข้อความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป หลัง ‘เบร็กซิท’ นั้นจะเป็นอย่างไร ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาได้
… แต่รัฐบาลอังกฤษประกาศชัดแล้ว ‘เบร็กซิท อีส อันสตอปเอเบิล’ ไม่มีใครหยุด ‘เบร็กซิท’ ได้อีกต่อไป ...