[caption id="" align="aligncenter" width="660"]
นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ มีคำกล่าวสุนทรพจน์ในวันปีใหม่ เป็นคำพูดในเชิงข่มขู่ว่า “มีปุ่มนิวเคลียร์อยู่บนโต๊ะทำงานและพร้อมกดได้ทุกเมื่อหากเกาหลีเหนือถูกคุกคาม” ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯตอบโต้ว่า “ปุ่มนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เจ๋งกว่า ใหญ่กว่า และดีกว่าของเกาหลีเหนือหลายเท่า”[/caption]
[caption id="attachment_174016" align="aligncenter" width="666"]
ปุ่มกดนิวเคลียร์มีจริงหรือ? ถ้ามีจริง มันมีกลไกทำงานอย่างไร? (ขอบคุณภาพจาก thedailymash.co.uk)[/caption]
[caption id="attachment_174022" align="aligncenter" width="663"]
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความจริงแล้วไม่มีปุ่มอะไรให้กดทั้งนั้น แต่คนทั่วไปมักจะจินตนาการว่า ผู้นำสหรัฐฯสามารถเดินไปกดปุ่มเพื่อสั่งยิงอาวุธนิวเคลียร์ได้ง่ายๆ แต่ในความเป็นจริง ประธานาธิบดีสหรัฐฯจะมีกระเป๋าสีดำพกติดตัวตลอดเวลา ในกระเป๋าจะมีลูกฟุตบอล ที่มีรหัสนิวเคลียร์ มีแผนการฉุกเฉิน และมีอุปกรณ์สื่อสารเพื่อส่งรหัสออกไป[/caption]
[caption id="attachment_174023" align="aligncenter" width="668"]
มีเพียงประธานาธิบดีสหรัฐฯคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเปิดกระเป๋าฟุตบอลนี้ได้ ซึ่งหากมีภัยคุกคามมาถึงสหรัฐฯ เช่นประเทศศัตรูยิงขีปนาวุธพุ่งเป้ามาที่สหรัฐฯและกำลังจะถึงแผ่นดินสหรัฐฯแล้ว ผู้นำสหรัฐฯสามารถตัดสินใจสั่งยิงตอบโต้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอปรึกษาใคร อำนาจในการตัดสินใจยิงอาวุธนิวเคลียร์จึงอยู่ที่ผู้นำสหรัฐฯคนเดียว ไม่มีระบบคานอำนาจ แต่สิ่งที่ยับยั้งได้ว่าจะสั่งยิงหรือไม่คือ ข้อมูลทางการทหารจากผู้เชี่ยวชาญที่รายล้อมท่านประธานาธิบดี[/caption]
[caption id="attachment_174026" align="aligncenter" width="667"]
ปัจจุบันมี 9 ชาติที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์รวม 14,900 ลูก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ปากีสถาน อินเดีย อังกฤษ ฝรั่งเศส อิสราเอล และเกาหลีเหนือ โดย 90% สหรัฐฯและรัสเซียเป็นเจ้าของ[/caption]
[caption id="attachment_173998" align="aligncenter" width="669"]
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปี 2016 นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต เรียกร้องชาวอเมริกันอย่าเลือกนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์คอบครองกว่า 6,970 ลูก เพราะทรัมป์ควรจะถูกกันให้อยู่ห่างจากรหัสนิวเคลียร์ให้มากที่สุด เพราะนิสัยเดือดเลือดพล่านง่ายๆของทรัมป์อาจนำไปสู่การกระทำที่ผิดพลาดได้ ||
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากรายงานพิเศษครับ[/caption]