กอ.รมน.ภ.4 แจงเหตุ "ซุ่มยิงทหาร-เผารถทัวร์" ขอให้เชื่อมั่นจนท.

กอ.รมน.ภ.4 แจงเหตุ "ซุ่มยิงทหาร-เผารถทัวร์" ขอให้เชื่อมั่นจนท.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

  กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงความคืบหน้าจากการขยายผล จากกรณี เหตุซุ่มยิง เจ้าหน้าที่ทหารพราน ในพื้นที่ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส และเหตุวางเพลิงรถทัวร์บริษัทสยามเดินรถ สายเบตง – กทม. อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในเจ้าหน้าที่ วันนี้ (10 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. พันเอกธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าและหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ชี้แจงการติดตามขยายผลจากเหตุซุ่มยิง เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 49 ในพื้นที่ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 26 ธันวาคม 2560 และเหตุลอบวางเพลิงรถทัวร์บริษัทสยามเดินรถ สายเบตง – กทม. บนถนนสาย 410 อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อ 17 ธันวาคม 2560 ดังนี้ 1.เมื่อ 7 มกราคม 2561 เวลา 11.30 น. ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่ามีอาวุธปืนของผู้ก่อเหตุรุนแรงซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ บ้านไอร์บาลูวง เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย นำตัว นายมาหามะ สาลา เข้าพิสูจน์ทราบ จุดซุกซ่อนอาวุธปืน และอุปกรณ์ประกอบระเบิด พร้อมนำชี้จุดประชุมวางแผนก่อนก่อเหตุซุ่มยิง เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 49 ในพื้นที่ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 26 ธันวาคม 2560 จำนวน 3 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 จุดซุกซ่อนอาวุธปืน ฝังอยู่ภายในสวนยางพารา พื้นที่ บ้านน้ำวน หมู่ 2 ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อใช้เตรียมก่อเหตุยิง เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 49 ในพื้นที่ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส โดยนำมาฝังไว้ เมื่อ 22 ธันวาคม 2560 ผลการตรวจสอบพบอาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก ดังนี้ 1. M16 A1 ยาว จำนวน 1 กระบอก (หมายเลขปืนถูกขูดออก) 2. M16 A1 สั้นดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก หมายเลขปืน 745138 3. ซองกระสุนปืนขนาด 20 นัด พร้อมกระสุนปืน ขนาด 5.56 มิลลิเมตร จำนวน 19 นัด จุดที่ 2 จุดซุกซ่อน ถังแก๊สขนาด 15 กิโลกรัม ห่างจากจุดฝังอาวุธปืน M16 ประมาณ 200 เมตร ผลการตรวจสอบ พบวัตถุพยาน จำนวน 2 รายการ ดังนี้ 1.ถังแก๊สขนาด 15 กิโลกรัม ลักษณะ มีการเจาะก้นถัง พร้อมประกอบระเบิด จำนวน 1 ถัง 2.เหล็กเส้นตัด คละขนาด จำนวน 2 ขวด (ขวดขนาด 1 ลิตร) ซุกซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้ จุดที่ 3 จุดประชุมวางแผน ก่อนก่อเหตุ ลอบยิง เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 49 เมื่อ 26 ธันวาคม 2560 ประมาณ 1 อาทิตย์ พื้นที่ บ้านบีโล๊ะ หมู่ 3 ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส กอ.รมน.ภ.4 แจงเหตุ "ซุ่มยิงทหาร-เผารถทัวร์" ขอให้เชื่อมั่นจนท. 2. เมื่อ 8 มกราคม 2561 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย ขยายผลจากการซักถาม นายอาแว อาลีมามะ ซึ่งถูกควบคุมตัวเมื่อ 4 มกราคม 2561 ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุลอบวางเพลิงรถทัวร์บริษัทสยามเดินรถ สายเบตง – กทม. บนถนนสาย 410 รอยต่อ บ้านเจาะปันตัง บ้านกาโสด ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อ 17 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยเข้าทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 2 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 บริเวณพื้นที่ บ้านตาบูเก๊ะ ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ตรวจพบ ระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังน้ำยาเคมีดับเพลิง สภาพพร้อมใช้งาน จำนวน 1 ลูก จุดที่ 2 บริเวณพื้นที่ บ้านตือระ หมู่ 8 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ตรวจพบ กล่องเหล็ก (4 เหลี่ยมคางหมู) จำนวน 1 กล่อง, ปุ๋ยยูเรียบรรจุในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร จำนวน 2 ขวด และเหล็กเส้นตัดท่อนคละขนาด จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บกู้และตรวจสอบสารพันธุกรรม (DNA) และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุพร้อมนำสิ่งของที่ตรวจพบส่งให้ พนักงานสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา เพื่อดำเนินกรรมวิธีขยายผลหาความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายต่อไป กอ.รมน.ภ.4 แจงเหตุ "ซุ่มยิงทหาร-เผารถทัวร์" ขอให้เชื่อมั่นจนท. จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความพยายามในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยไม่คำนึงถึง ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ตลอดจนเป็นการทำลายบรรยากาศ โดยเฉพาะการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนในพื้นเกิดความเบื่อหน่าย ต่อการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ได้สร้างสถานการณ์ความรุนแรง ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา จึงได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่แจ้งเบาะแสนำไปสู่การขยายผลเป้าหมายดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงยึดมั่น ในหลักการบังคับใช้กฎหมาย และแนวทางสันติวิธีด้วยความเที่ยงธรรม ตามหลักฐาน พยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินกรรมวิธี ซักถาม ขยายผล และดำเนินทางคดี ตามกฎหมาย จึงขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจ ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือ แจ้งเบาะแส นำไปสู่การควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ และขยายผลไปสู่การตรวจยึดอาวุธ วัสดุประกอบระเบิด ที่ผู้ก่อเหตุใช้ก่อเหตุรุนแรงได้มากขึ้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันทำให้สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ดีขึ้นตามลำดับ  
related