[caption id="attachment_177850" align="alignnone" width="879"]
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักตำรวจแห่งชาติ[/caption]
วันนี้ (10 ม.ค.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงเหตุระเบิด ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ได้รับรายงานว่า เมื่อเวลา 09.20 น. สภ.หนองจิก รับแจ้งเหตุมีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวน ลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชป.ร้อย ทพ.4303 ฉก.ทพ.43 ขณะออกลาดตระเวนเส้นทางโดยรถยนต์ในพื้นที่เหตุเกิด ซึ่งนำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายเผากล้องวงจรปิด บริเวณบ้านสายหมอ ม.6 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย ทั้งหมดถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลหนองจิก จ.ปัตตานี
พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี, พ.ต.อ.มาโนช อนันต์ฤทธิ์กุล รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี , พ.ต.อ.ไมตรี สันตยากุล รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี, พ.ต.อ.ฐมณ์พงศ์ เพ็ชร์พิรุณ ผกก.สภ.หนองจิก , พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุระเบิด ถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุ และดำเนินการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุของการระเบิดนั่น น่าเชื่อว่าเกิดจากการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวประนามผู้ก่อเหตุและผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มีข้อสั่งการให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม ในการเพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือ สถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิด และบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน รวมทั้งให้ยึดมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย ตามพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมา สอบสวน ซักถาม ขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่า หากเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจักต้องสืบสวนสอบสวน จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวและนักลงทุนในพื้นที่ ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ และสร้างความสับสนวุ่นวาย ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ซึ่งในขณะนี้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป