ข่าว

ผู้โดยสารเฮ! คนร.ตีกลับ! ขึ้นค่า “รถเมล์-รถไฟ” โยนคมนาคม ทำแผนฟื้นฟูใหม่

คนร.ตีกลับแผนขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ขสมก. พร้อมให้กระทรวงคมนาคมกลับไปทำแผนฟื้นฟูขสมก. รฟท.และการบินไทยใหม่ ด้านเอสเอ็มอีแบงก์ผลงานดีได้ออกจากแผนฟื้นฟู

– 19 ม.ค. 61 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจหรือสคร. ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจหรือคนร.เปิดเผยว่า ที่ประชุมคนร.ได้มีมติให้กระทรวงคมนาคมกลับไปพิจารณาทำแผนระยะยาวในการฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือขสมก. การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือรฟท.และบริษัทการบินไทยใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องค่าโดยสารขสมก.และรฟท.ที่ควรมีการทบทวนให้สอดคล้องกับแผนระยะยาว

โดยขสมก.แม้จะมีความคืบหน้าเรื่องการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน แต่ยังต้องกำหนดแนวทางการบริการให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปเส้นทาง เพื่อให้เชื่อมกับระบบขนส่งประเภทต่างๆได้ ที่สำคัญควรมีการติดตั้งระบบจีพีเอสและจัดทำเป็นข้อมูลบิ๊กเดต้า เพื่อเป็นข้อมูลให้กับบุคคลทั่วไปได้ใช้โยชน์ได้ พร้อมสั่งการให้กรมการขนส่งทางบกกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประมูลผู้ประกอบการเดินรถเส้นใหม่ และประเภทรถที่เหมาะสมต่อความปลอดภัย รวมถึงต้องมีมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการต่อรถในประเทศด้วย

โดยปัจจุบันต้นทุนค่าโดยสารที่แท้จริงของรถธรรมดาจะอยู่ที่ 14 บาทและรถปรับอากาศจะอยู่ที่ 30 บาท ดังนั้นค่าโดยสารในปัจจุบันจึงถือว่าต่ำกว่าต้นทุนมาก

ส่วนการรถไฟแม้จะผ่านการลงนามรถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นเมื่อช่วงที่ผ่านมา และจะก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จในปี 2563 แต่ก็มีเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการเช่นกันคือ การจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต และบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินของรฟท.และให้กระทรวงคมนาคมกลับไปพิจารณาทำแผนระยะยาว ด้วยการให้นำระบบเทคโนโลยีมาช่วยปฏิบัติงาน ปรับปรุงระบบบัญชีให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้แก้ไขหนี้สินได้อย่างยั่งยืน และพิจารณาค่าโดยสารได้อย่างเป็นธรรม


ขณะที่การบินไทยแม้อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยจะสูงกว่าคู่แข่ง แต่รายได้ยังไม่เป็นไปตามแผน เนื่องจากการแข่งขันที่สูง จึงให้เร่งนำระบบ Revanue Management System และระบบ Network Management System มาใช้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อมาช่วยในการบริหารจัดการรายได้ และควบคุมค่าใช้จ่าย
พร้อมให้กระทรวงคมนาคมกลับไปทำแผนระยะยาวให้สอดคล้องกับการแข่งขันด้านการบินของตลาด โดยมีสายการบินไทยสไมล์รวมอยู่ในแผนด้วย

ด้านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีแบงก์ ทางคนร.มีมติให้ออกจากแผนฟื้นฟู เนื่องจากมีผลประกอบการดีต่อเนื่องจากปี 2558-2560 และมีการทำระบบถ่วงดุลอำนาจ กระบวนการอำนวยสินเชื่อ ระบบบริหารความเสี่ยง จึงได้ให้กระทรวงการคลัง รับหน้าที่ดูแลต่อไป

สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ขณะนี้มีความคืบหน้าการแยกหนี้ดีหนี้เสียและดำเนินการโอนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ในส่วนที่ไม่ใช่ลูกค้ามุสลิมไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยแล้ว ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้กระทรวงการคลังปรับโครงสร้างทางการเงิน และรองรับสรรหาพันธมิตร อยู่ระหว่างการเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่คนร.ยังคงเป้าให้ธนาคารอิสลามสรรหาพันธมิตรให้ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้และ มีผลกำไรสุทธิในปีนี้เช่นกัน

ส่วนที่บริษัททีโอที และบริษัทกสท โทรคมนาคม ทางคนร.ได้สั่งการให้ทั้งสองหน่วยงานกลับไปจัดทำแผนการให้บริการที่ชัดเจน และให้ร่วมกับบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ หรือNBNและบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตหรือNGDC ในการร่วมกันทำงานไม่ให้ซ้ำซ้อน และให้ทีโอทีและกสท เร่งโอนถ่ายทรัพย์สินไปยัง NBNและNGDCตามแผนในเดือนมีนาคมนี้

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและพัฒนาระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจเพื่อยกระดับการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ โดยมีนายรพี สุจริตกุล กรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นประธาน ซึ่งคณะชุดนี้จะคอยตรวจสอบปัญหาและอุปสรรคของรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับระบบการกำกับดูแล