รัฐบาลอินโดนีเซียและอินเดีย ตั้งเป้าเพิ่ม ‘มูลค่าการค้า’ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2568 หลังเศรษฐกิจอินเดียเติบโตต่อเนื่องในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา
นางเรตโน มาร์ซูดิ รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวหลังหารือกับ นางศุษมา สวราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอินเดีย ที่กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ว่า เธอหวังว่า ‘มูลค่าการค้า’ กับอินเดียจะเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยราว 1,600,000 ล้านบาท ภายในปี 2568
นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่าย ยังเห็นพ้องที่จะให้ความร่วมมือในการต่อสู้กับการก่อการร้าย การก่ออาชญากรรม และการคุกคามทางไซเบอร์ด้วย
“ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เป็น ‘หัวใจสำคัญ’ ในการเป็นหุ้นส่วนการค้าระหว่างอินโดนีเซียและอินเดีย ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ต.ค. 2560 มีมูลค่าเกือบ 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เราตั้งเป้าไว้ที่ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2568” - รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าว
ด้าน รายงานจาก World Economic League Table เปิดเผยว่า อินเดียจะกลายเป็น ‘เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด’ เป็น ‘อันดับ 5 ของโลก’ ในปี 2562 เมื่อคำนวณด้วยเงินสกุลดอลลาร์ แซงหน้าสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส
ขณะเดียวกัน การเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มทำให้เศรษฐกิจของประเทศอื่นในทวีปเอเชียมีบทบาทมากที่สุด ในอีก 15 ปีข้างหน้าด้วย
“เราเป็น 2 ประเทศหลัก ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ภูมิภาคนี้เป็น 1 ในภูมิภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในโลก เราเห็นพ้องที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และตอบสนองความท้าทายที่ภูมิภาคเผชิญ” - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอินเดีย กล่าว
เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา นางศุษมา สวราช ได้เดินทางเยือนประเทศไทย โดยเธอและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยได้หารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีของไทยและอินเดีย และเห็นพ้องที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นความสัมพันธ์ด้านต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และความมั่นคง โดยเฉพาะความมั่นคงทางทะเล รวมทั้งโครงการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างอินเดียกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งทางน้ำและทางบกด้วย