Breaking News ข่าว

หนุ่มดวงกุด นั่งพักใต้ร่มไม้ แค่พริบตาถูกโคนต้นหงายทับดับคาที่

 

คนงานรับตัดต้นไม้ นั่งพักร้อนใต้ต้นไม้ใหญ่ จู่ ๆ รากไม้ ใหญ่โค้นทับร่าง ดับอนาถกลางนา

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2561 เวลา 13.00 น. พ.ต.ท.ประเวศน์ พลอยพันธ์ สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปราสาท ได้รับแจ้ง มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุ ถูกรากไม้ลักษณะรากโคนลำต้นอุ้มดินทับร่างเสียชีวิต1 ราย ที่บ้านตาลอก หมู่ 7 ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนา ของหมู่บ้านตาลอก ต.ปรือ อ.ปราสาท พบว่ามีชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์ มามุงดูที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก ขณะที่ เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตถูกรากคนต้นไม้ของต้นมะค่า ขนาดใหญ่อุ้มดินลงไปทับร่างผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นชาย และยังพบไม้ท่อนที่ถูกตัดทอนไว้แล้วรอการเคลื่อนย้ายอีก 2 ท่อน วางทอดยาว จากช่วงโคน ซึ่งต้องใช้รถไถนาขนาดใหญ่ช่วยดึงรากไม้ เพื่อเปิดอ้าและดึงร่างผู้เสียชีวิตออกมา ทราบชื่อนายศุภชัย พรมมาอายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 บ้านป่าจิก หมู่ 18 ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ในที่เกิดเหตุมีนายบุญเกิด บุญเปล่ง อายุ 49 ปี ที่มาด้วยกัน ยืนถือสายไฟที่ต่อมาเพื่อใช้ในการตัดไม้ต้นดังกล่าว รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถามนายบุญเกิด ทราบ ว่า ตนเอง และผู้ตาย ได้รับจ้างมาตัดต้นไม้ในนาของคนในหมู่บ้านเดียวกัน เนื่องจากต้นไม้ดังดังกล่าว ถูกพายุลมพัดล้มเมื่อปีก่อน และมีรากไม้อุ้มดินตั้งหงายขึ้น จึงจ้างให้มาตัดออกเพื่อทำนาได้สะดวก ตนจึงรับจ้างพร้อมผู้ตายและเพื่อนอีก 1 คน รวม 3 คน พอตัดทอนลำต้นเสร็จ แล้วรอรถมาเคลื่อนย้ายลำต้นไม้ออก ไปขณะที่ตนเองและเพื่อนกำลังเก็บเศษกิ่งไม้อยู่ ผู้ตายมองเห็นว่ามีร่มพอที่จะหลบร้อน ได้ ที่รากของโคนต้นไม้ที่ตัดออก จึงเดินเข้าไปอาศัยหลบร้อน แต่ด้วยน้ำหนักของโคนรากไม้ที่อุ้มดิน มีนำหนักกว่า 2 ตัน ตั้งเอียงมาทางผู้ตายนั่งอยู่ และขาดการยึดจากลำต้น เนื่องจากถูกตัดลำต้นออกไปแล้ว แค่พริบตาเดียวรากไม้ดังกล่าวได้ล้มหรือดีดกลับ ลงทับร่างของนายศุภชัย ผู้ตาย โดยที่ตนเองและเพื่อนอีกคนไม่สามารถงัดโคนไม้ขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือผู้ตายได้ จึงรีบวิ่งไปบอกเพื่อนบ้านให้มาช่วยแต่ไม่ทัน ผู้ตายเสียชีวิตคาที่ใต้รากไม้ดังกล่าว จนได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากรากไม้ได้ จากนั้นจึงได้ส่งศพชันสูติต่อไปที่โรงพยาบาลปราสาท ก่อนมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล และจะเรียกผู้ที่เห็นเหตุการณ์ มาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2561 เวลา 13.00 น. พ.ต.ท.ประเวศน์ พลอยพันธ์ สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปราสาท ได้รับแจ้ง มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุ ถูกรากไม้ลักษณะรากโคนลำต้นอุ้มดินทับร่างเสียชีวิต1 ราย ที่บ้านตาลอก หมู่ 7 ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนา ของหมู่บ้านตาลอก ต.ปรือ อ.ปราสาท พบว่ามีชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์ มามุงดูที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก ขณะที่ เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตถูกรากคนต้นไม้ของต้นมะค่า ขนาดใหญ่อุ้มดินลงไปทับร่างผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นชาย และยังพบไม้ท่อนที่ถูกตัดทอนไว้แล้วรอการเคลื่อนย้ายอีก 2 ท่อน วางทอดยาว จากช่วงโคน ซึ่งต้องใช้รถไถนาขนาดใหญ่ช่วยดึงรากไม้ เพื่อเปิดอ้าและดึงร่างผู้เสียชีวิตออกมา ทราบชื่อนายศุภชัย พรมมาอายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 บ้านป่าจิก หมู่ 18 ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ในที่เกิดเหตุมีนายบุญเกิด บุญเปล่ง อายุ 49 ปี ที่มาด้วยกัน ยืนถือสายไฟที่ต่อมาเพื่อใช้ในการตัดไม้ต้นดังกล่าว รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถามนายบุญเกิด ทราบ ว่า ตนเอง และผู้ตาย ได้รับจ้างมาตัดต้นไม้ในนาของคนในหมู่บ้านเดียวกัน เนื่องจากต้นไม้ดังดังกล่าว ถูกพายุลมพัดล้มเมื่อปีก่อน และมีรากไม้อุ้มดินตั้งหงายขึ้น จึงจ้างให้มาตัดออกเพื่อทำนาได้สะดวก ตนจึงรับจ้างพร้อมผู้ตายและเพื่อนอีก 1 คน รวม 3 คน พอตัดทอนลำต้นเสร็จ แล้วรอรถมาเคลื่อนย้ายลำต้นไม้ออก ไปขณะที่ตนเองและเพื่อนกำลังเก็บเศษกิ่งไม้อยู่ ผู้ตายมองเห็นว่ามีร่มพอที่จะหลบร้อน ได้ ที่รากของโคนต้นไม้ที่ตัดออก จึงเดินเข้าไปอาศัยหลบร้อน แต่ด้วยน้ำหนักของโคนรากไม้ที่อุ้มดิน มีนำหนักกว่า 2 ตัน ตั้งเอียงมาทางผู้ตายนั่งอยู่ และขาดการยึดจากลำต้น เนื่องจากถูกตัดลำต้นออกไปแล้ว แค่พริบตาเดียวรากไม้ดังกล่าวได้ล้มหรือดีดกลับ ลงทับร่างของนายศุภชัย ผู้ตาย โดยที่ตนเองและเพื่อนอีกคนไม่สามารถงัดโคนไม้ขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือผู้ตายได้ จึงรีบวิ่งไปบอกเพื่อนบ้านให้มาช่วยแต่ไม่ทัน ผู้ตายเสียชีวิตคาที่ใต้รากไม้ดังกล่าว จนได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากรากไม้ได้ จากนั้นจึงได้ส่งศพชันสูติต่อไปที่โรงพยาบาลปราสาท ก่อนมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล และจะเรียกผู้ที่เห็นเหตุการณ์ มาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป