กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับ ‘พายุหิมะ’ ที่ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้พบเจอมากนัก ระบบคมนาคมต่าง ๆ เกิดปัญหา อาทิ รถไฟหยุดให้บริการชั่วคราว, สายการบินหลายสายประกาศยกเลิกเที่ยวบิน รวมถึงการประกาศให้พนักงานออฟฟิศต่าง ๆ รีบกลับบ้านโดยทันที
ทั้งนี้ สำนักข่าวแห่งชาติ NHK รายงานว่า หิมะเริ่มตกตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 22 ม.ค. 2561 (ตามเวลาท้องถิ่น) มีขนาดความหนากว่า 10 เซนติเมตร หรือประมาณ 4 นิ้ว โดยคาดว่า หิมะจะหยุดตกที่กรุงโตเกียวในวันที่ 23 ม.ค. 2561 (ตามเวลาท้องถิ่น) แต่เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 ม.ค. 2561 (ตามเวลาท้องถิ่น) หิมะกลับตกรุนแรงมากกว่าเดิม และมีความหนากว่า 16 เซนติเมตร หรือประมาณ 6.3 นิ้ว
ผลกระทบจากพายุหิมะที่เกิดขึ้นในกรุงโตเกียว ทำให้การบริการรถไฟมีระยะทางสั้นลง และทางหลวงหลายเส้นทางต้องแจ้งปิดการจราจร เนื่องจากมีน้ำแข็งเกาะพื้นผิวถนน จนทำให้เกิดการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุ นอกจากนี้ สนามบินฮาเนดะ ที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ต้องประกาศยกเลิกราว 250 เที่ยวบิน
“มันน่าเสียดายที่เที่ยวบินถูกยกเลิกในเช้าวันนี้ ฉันอุตส่าห์หวังว่าจะใช้วันหยุดนี้ในการท่องเที่ยว” หญิงรายหนึ่ง กล่าวกับ NHK ส่วนหญิงอีกรายหนึ่งบอกว่า “ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ฉันจะได้เห็นพายุหิมะในกรุงโตเกียว”
สำนักข่าว NHK รายงานเพิ่มเติมว่า ผลจากพายุหิมะยังทำให้รถยนต์ 50 คัน ติดค้างและไม่สามารถขับไปยังสะพานสายรุ้ง ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่ทอดข้ามทางตอนเหนือของอ่าวโตเกียว ได้ ขณะที่ ผู้โดยสารกว่า 200 คน ต้องอพยพออกจากรถไฟยุริกะโมะเมะ เนื่องจากขบวนรถไฟไม่สามารถวิ่งในทางลาดเอียงได้ เพราะมีหิมะจำนวนมาก
สำหรับ ‘กรุงโตเกียว’ เมืองหลวงของญี่ปุ่น มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ในละติจูดเดียวกับเมืองราลีห์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ของสหรัฐอเมริกา ที่ปกติแล้วจะเผชิญหิมะตกอย่างน้อยปีละครั้ง และในครั้งนี้ หิมะก็ตกหนักและทับถมจนเกินกว่าที่มันจะละลายได้ทันเหมือนอย่างทุกครั้ง